
ยุคลรับยางพาราราคาตกต่ำฟื้นยาก
ยุคคลเผยนายกฯทราบราคายางตกต่ำแล้วเหตุศก.โลกไม่ฟื้นตัว รับเป็นไปไม่ได้จะกลับมาขายที่120บาท/กก.
ยุคลเผยนายกฯทราบราคายางตกต่ำแล้วเหตุศก.โลกไม่ฟื้นตัว รับเป็นไปไม่ได้จะกลับมาขายที่120บาท/กก.
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับทราบเกี่ยวกับราคายางพาราที่ตกต่ำแล้ว โดยเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว จึงส่งผลต่อราคายางพาราตกต่ำ
ทั้งนี้ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงราคาเนื่องจากต้องการให้เป็นไปตามกลไกของตลาด ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้วงเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท ในการรับซื้อยาง และจนถึงขณะนี้ยางที่รับซื้อมา ก็ยังไม่สามารถระบายขายได้ ค้างสต๊อกอยู่กว่า 2 แสนตัน
ดังนั้น หากเกษตรกรจะให้รัฐบาลรับซื้อหรือพยุงราคา ก็ไม่รู้ว่าจะใช้เงินอีกจำนวนเท่าใด และเป็นไปไม่ได้ที่ราคายางจะกลับไปที่กิโลกรัมละ 120 บาท ส่วนภาพรวมราคาสินค้า เกษตรในช่วงที่เหลือของปีนี้ ว่า มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะอาหารสัตว์
"การเสนอกลุ่มเกษตรกรผู้ชุมนุมที่ให้ขอชื้อยางพารา 120 บาทต่อกิโลกรัมนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะตอนนี้ราคาตลาดแค่ 71-72 บาทเองยิ่งชื้อยิ่งขาดทุน รัฐบาลได้ชื้อมาแล้วตั้ง 22,000 กว่าล้านบาทมีสต็อกค้างอยู่อีกจำนวนมาก หากขายไปวันนี้ราคายางยิ่งดิ่งอีก จึงคิดว่าจะไม่ขายยางในสต็อกแต่จะนำมาใช้ในประเทศ"นายยุคลกล่าว
นายยุคลกล่าวอีกว่า ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ (กนย.)และกำหมดมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนโดยวิเคราะห์แล้วว่า การชื้อยางพารานำราคาใช้เงินไปแล้ว 22,000กว่าล้านบาท มียางค้างสต็อก 200,000 กว่าตัน ซึ่งตรงนี้ไม่ได้ทำให้ราคายางดีขึ้น เนื่องจากราคายางพาราเกี่ยวข้องกับราคาตลาดโลกและเศรษฐกิจโลกทำให้ราคาปรับช้า ทางรัฐบาลจึงหันมาแก้ไขวิธีการที่ให้ยั่งยืนในส่วนของปัจจัยการผลิตค่าปุ๋ย 1 ไร่ประมาณ 1,260 บาทในกลุ่มที่ไม่เกิน 60 ไร่ต่อคนมีเกษตรกรที่ได้รับเปิดกรีดแล้วประมาณ 1 ล้านรายในวงเงินไม่เกิน 10,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันจะสร้างความเข้มแข็งให้กับชาวสวนยางพาราโดยให้ใช้เงินของกองทุนเซ็ทในการปลูกพืชแซมหรือทำอาชีพเสริมแล้วโค่นต้นยางพาราที่มีอายุเกิน 25 ปี ซึ่งเกษตรกรจะมีรายได้จากการขายไม้ยางเข้ามาด้วยในระดับต่อไป
"ในส่วนของสหกรณ์หรือกลุ่มเงินกู้ขอให้รวมตัวกันสร้างโรงงานแปรรูปเบื้องต้น ซึ่งขณะนี้เราไม่มีโรงงานแปรรูปที่เป็นของเกษตรกรเองที่สามารถส่งออกให้กับผู้ผลิตในประเทศที่เพิ่มมูลค่ายาง ซึ่งขณะนี้พบว่ายางพารา 3 ล้านกว่าตันส่งออกต่างประเทศหมด มียางที่ใช้ในประเทศแค่ 5 แสนตันจึงกระตุ้นให้ใช้ในประเทศมากขึ้นไม่ว่าในอุตสาหกรรมยางพาราโรงงานถุงมือหรือยางล้อรถต้องส่งเสริมให้มีการขยายตัวมีวงเงินกู้ให้ภาคเอกชนขยายตัวปรับปรุงขยายโรงงานในวงเงิน 15,000 ล้านบาทซึ่งรัฐจะช่วยในดอกเบี้ยให้ นี่คือภาพรวมในการช่วยเหลือและคาดว่าจะช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน"นายยุคล กล่าว







