
แรงขายยังมีต่อ...รอเฟด
ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงแรง แม้ว่าจะมีช่วงรีบาวด์ในปลายสัปดาห์ ปัจจัยกดดันตลาดหลักมาจากความกังวลในเรื่องการลดปริมาณการซื้อพันธบัตร
ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงแรง แม้ว่าจะมีช่วงรีบาวด์ในปลายสัปดาห์ ปัจจัยกดดันตลาดหลักมาจากความกังวลในเรื่องการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรในการประชุมเฟดเดือนหน้า ส่งผลให้สินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลกปรับตัวลงแรง ตลาดหุ้นในกลุ่ม TIPs ปรับตัวลงมากกว่า 6% ในขณะที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเรื่องนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ (ราคาลง) และเงินสกุลเอเชียอ่อนค่าลงแรง ค่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก GDP ไทยที่ออกมาแย่และถือว่าเป็นการปรับตัวลง 2 ไตรมาสติดต่อกันหากเทียบรายไตรมาส ส่งผลให้เข้านิยามภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค นอกจากนี้ ปัจจัยหนุนในประเทศเรื่อง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ไม่มีความคืบหน้า การพิจารณา พ.ร.บ.ของสภาไม่สามารถหาข้อสรุปใดๆ ได้ ทั้งในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2557 ทำให้โดยรวมตลาดแกว่งตัวลง นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิในระดับสูงเป็นประวัติการณ์
ทิศทางในสัปดาห์นี้คาดว่าตลาดจะมีช่วงอ่อนตัวลงต่อ แรงขายเพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องการลด QE ยังคงดำเนินไปเช่นเดียวกับสัปดาห์ก่อน โดยเราประเมินว่าแรงขายจะยังคงมีต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือนนี้ ในขณะที่ปัจจัยภายในการพิจารณา พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท อย่างเร็วสุดจะเริ่มขึ้นในต้นเดือน ก.ย. โดยระดับดัชนีที่คาดว่าจะเป็นจุดที่น่าสนใจในการเข้าซื้อจะอยู่ที่ 1,2801,250 จุดลงมา เนื่องจากหากยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรในกลางเดือนหน้า เชื่อว่านักลงทุนขายหรือรอดูเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนมากกว่าที่เข้าซื้อ
ในการวัดความเสี่ยงขาลง กรณีเลวร้ายที่สุดคาดว่าการซื้อขายของตลาดที่ระดับ PER 10 เท่า หรือที่ระดับดัชนีบริเวณ 1,150 จุด จะเป็นจุดที่สามารถรองรับการปรับตัวลงของตลาดในเรื่อง QE ได้ หากยังไม่มีความไม่สงบทางการเมืองขั้นรุนแรงเข้ารบกวน บริเวณดังกล่าวเชื่อว่าจะเป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากเป็นกรอบล่างของ P/E BAND
ประเด็นเรื่องการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลง ไม่ว่าในการประชุมเดือน ก.ย.นี้ เฟดจะมีการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงอย่างที่ตลาดคาดหรือไม่ก็ตาม เราประเมินว่าก็จะมีแรงเทขายออกมาก่อนหน้า เนื่องจากเป็นการขายเพื่อลดความเสี่ยง ยกเว้นจะมีเจ้าหน้าที่เฟดที่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่อง QE มาส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเฟดจะไม่ลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงในการประชุมเดือนหน้า ทำให้ต้องจับตาการประชุมทางวิชาการที่ Jackson Hole ซึ่งหนึ่งในตัวเก็งประธานเฟดคนใหม่ Janet Yellen จะมีการแถลงต้องติดตามว่าจะมีความเห็นในประเด็นนี้เช่นไร หากยังไม่มีความชัดเจนเชื่อว่าตลาดจะมีช่วงอ่อนตัวลงมาก่อน และคาดว่าในช่วงก่อนที่จะรู้ผลการประชุมเฟดจะเป็นจุดที่ตลาดรับรู้เรื่องการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงไปเกือบหมดแล้ว ฉะนั้น หากตลาดยังปรับตัวลงต่อเนื่องไปจนกว่าจะรู้ผลการประชุมเฟด หลังรู้ผลการประชุมเฟดไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร ตลาดจะมีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้น
ด้านราคาทองคำ สัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำทรงตัวยังติดที่ระดับที่ประเมินไว้ที่ 1,380 เหรียญสหรัฐ แต่หากยังสามารถยืนเหนือ 1,3501,340 เหรียญสหรัฐต่อเนื่องมีโอกาสทดสอบบริเวณ 1,400 หรือ 1,420 เหรียญสหรัฐ โดยปัจจัยที่เป็นแรงหนุนทองคำได้ระยะสั้นคือ แรงเทขายในสินทรัพย์เสี่ยงก่อนที่จะรู้ผลการประชุมเฟดเดือนหน้า นอกจากนี้ ปัจจัยที่หนุนทองคำเพิ่มคือ ความไม่มีเสถียรภาพของตลาดพันธบัตรสหรัฐที่ได้รับผลกระทบเรื่องการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลง ส่งผลให้ทองคำได้ประโยชน์ในฐานะสินทรัพย์ทดแทนพันธบัตรสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้ถือได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนพิจารณาตาม 2 เงื่อนไขการซื้อเข้าซื้อคือ ช่วงเวลาปลายเดือนนี้ หรือระดับดัชนีที่คาดว่าจะเป็นจุดที่มีการรีบาวด์ที่ 1,2801,250 จุดลงมา โดยความเสี่ยงขาลงของตลาดประเมินว่าอยู่ที่ 1,150 จุด แนะนำให้รอการปรับตัวลงตั้งแต่ 1,2801,250 ลงมา โดยเชื่อว่าในช่วงที่ตลาดทราบผลการประชุมเฟดกลางเดือนหน้า ตลาดจะมีช่วงแกว่งตัวขึ้น เนื่องจากตลาดรับรู้ความเสี่ยงเรื่องการลด QE ไปก่อนหน้านี้แล้ว และตลาดจะหันมาให้ความสนใจการเติบโตของเศรษฐกิจ+การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน มากกว่าประเด็นเรื่องสภาพคล่องจาก QE ที่ต้องลดลงไปไม่ว่าช้าหรือเร็ว







