
ผลักดันผู้หญิงปั้นเอสเอ็มอี
กูรูเชื่อช่วยดันเศรษฐกิจอาเซียนเติบโตแนะภาครัฐเร่งขจัดอุปสรรคธุรกิจ
กูรูเชื่อช่วยดันเศรษฐกิจอาเซียนเติบโตแนะภาครัฐเร่งขจัดอุปสรรคธุรกิจ
โพลชี้เจ้าของธุรกิจหญิงในอาเซียนเผชิญอุปสรรคเพียบ แนะรัฐผลักดัน เชื่อช่วยหนุนเติบโต
มูลนิธิเอเชีย องค์กรไม่แสวงผลกำไรเพื่อการพัฒนาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยผลสำรวจสถานการณ์วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) พบว่า เจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีที่เป็นผู้หญิงต้องเผชิญอุปสรรคทางธุรกิจหลายประการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ นโยบายภาครัฐ และสังคม ซึ่งอาจฉุดรั้งการเติบโตของเอสเอ็มอีและเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รายงานดังกล่าวสำรวจเปรียบเทียบธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการเพศชายและหญิงรวม 150 แห่งในอินโดนีเซีย เกี่ยวกับพื้นฐานการดำเนินธุรกิจที่พบได้ในประเทศสมาชิกอื่นๆ ซึ่งรวมถึงมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย พบว่าผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นผู้หญิงเผชิญกับอุปสรรคทั้งด้านเศรษฐกิจและการเงินมากกว่าเจ้าของธุรกิจที่เป็นผู้ชาย ซึ่งรวมถึงปัญหาเข้าถึงสินเชื่อ ขาดแคลนเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง และแรงงานที่มีคุณภาพ
สำหรับสาเหตุสำคัญเป็นผลมาจากผู้ประกอบการเพศหญิงไม่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐอย่างเพียงพอ ตลอดจนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลทางธุรกิจที่เป็นประโยชน์ และไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกจากการรับบริการจากภาครัฐอีกด้วย
ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจสำคัญของเอเชีย ส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนมาจากการขยายตัวของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกระตุ้นการจ้างงานถึง 60-80% และส่งเสริมภาคส่งออกถึง 30%
ขณะที่จำนวนประชากรเพศหญิงมีสัดส่วนเกินกึ่งหนึ่งของประชากรในภูมิภาคเอเชียทั้งหมด ดังนั้น การส่งเสริมผู้ประกอบการที่เป็นผู้หญิงให้เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินธุรกิจมากขึ้น จึงนับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายงานข้างต้นฉบับสมบูรณ์มีกำหนดเผยแพร่อย่างเป็นทางการในการประชุมกลุ่มการทำงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี ดับเบิลยูจี) ซึ่งจะมีขึ้นที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย วันที่ 4-5 ก.ย.นี้







