
วัดดวงระบายสต๊อก
ยอมแบ่งกองย่อย ไม่ต้องประมูลยกคลังพณ.หวังจูงใจเอกชนเล็งขายตรงตปท.
ยอมแบ่งกองย่อย ไม่ต้องประมูลยกคลังพณ.หวังจูงใจเอกชนเล็งขายตรงตปท.
พาณิชย์ดิ้นระบายสต๊อกข้าว รื้อเงื่อนไขประมูลแบ่งกองย่อย พร้อมขายตรงเอกชนต่างประเทศ
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการระบายข้าวได้พิจารณาแนวทางการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลเพิ่มเติม โดยเห็นชอบแนวทางขายให้กับรัฐวิสาหกิจหรือเอกชนต่างประเทศที่ติดต่อขอซื้อเข้ามาโดยตรง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องซื้อไม่ต่ำกว่าราคาประมูลทั่วไป และราคาที่ขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) พร้อมมีเอกสารยืนยันการส่งออก โดยจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) อนุมัติแนวทางดังกล่าวในการประชุมวันที่ 26 ส.ค.นี้
“เชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้รัฐบาลระบายข้าวได้มากขึ้น และขณะนี้ก็มีเอกชนต่างประเทศหลายรายเสนอซื้อเข้ามา ทั้งจากจีนและประเทศในตะวันออกกลาง” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
นอกจากนั้น จะปรับหลักเกณฑ์การประมูลข้าวให้กับภาคเอกชนในประเทศ จากเดิมที่ให้ประมูลแบบยกคลังเป็นสามารถซื้อย่อยแยกกองได้ เพื่อจูงใจให้เอกชนมาเข้าร่วมประมูลมากขึ้น พร้อมกันนี้คณะอนุกรรมการฯ ยังได้อนุมัติตามข้อเสนอให้นำข้าวสารในสต๊อก 24 แสนตัน มาจัดทำเป็นข้าวถุง (5 กิโลกรัม) ราคาพิเศษขายให้ประชาชน
ขณะเดียวกัน น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการประมูลข้าวรัฐผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟต) ว่า ล็อตแรกจะระบายผ่านเอเฟต 1.4 แสนตัน ในต้นเดือน ก.ย.นี้ แบ่งเป็นข้าวขาว 5% จำนวน 1 แสนตัน และข้าวหอมมะลิ 4 หมื่นตัน ซึ่งได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ฤดูกาล 2554/55 และฤดูกาล 2555/56 โดยจะกำหนด 2 ฤดูกาล คือ โดยจะสามารถระบายผ่านเอเฟตได้ภายในโดยโดข้าวเป็นกอง กองละ 2,000 ตัน
ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า เชื่อว่าจะมีเอกชนเข้าร่วมประมูลข้าวผ่านตลาดเอเฟตมากกว่าการประมูลทั่วไป เนื่องจากการประมูลผ่านเอเฟต รายย่อยสามารถเข้าร่วมได้ เพราะสามารถซื้อข้าวในปริมาณที่น้อยตั้งแต่ 1,0002,000 ตัน แต่หากเป็นการประมูลทั่วไปต้องซื้อยกคลัง ทำให้รายย่อยเข้าร่วมประมูลได้ยาก เชื่อว่าจะเป็นช่องทางระบายสต๊อกรัฐได้มากขึ้น
ขณะเดียวกันในและยิ่งหากรัฐบาลปรับเงื่อนไขการประมูลเอเฟตที่ทำให้ภาคเอกชนเข้าสะดวกในการเข้ามาประมูลมากกว่าในอดีต
วันที่ 23 ส.ค. กระทรวงพาณิชย์จะหารือกับตัวแทนเกษตรกรเรื่องราคารับจำนำข้าวฤดูกาล 2556/2557
กับตัวแทนเกษตรกรทั้งจากสภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาคมส่งเสริมชาวนาไทย สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และสมาคมชาวนาข้าวไทย เพื่อหารือถึงแนวทางการรับจำนำข้าวในรอบใหม่ทั้งเรื่องราคาและหลักเกณฑ์ เมื่อได้ข้อสรุปจะนำแนวทางทั้งหมดเสนอให้กขช.พิจาณาว่าจะเลือกแนวทางใด ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป คาดว่าหลักเกณฑ์ใหม่จะทันกับการเปิดรับจำนำข้าวฤดูกาลใหม่ในเดือนต.ค.นี้
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า แนวทางการรับจำนำข้าว หากรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าที่ราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท ก็จะจำนำรอบเดียว หรือรับจำนำเฉพาะฤดูกาลนาปี 2556/57 แต่อาจขยายระยะเวลาให้นานขึ้น อาจทำให้คนที่ปลูกข้าวเปลือกนาปรัง 2557 สามารถมาใช้สิทธิ์นี้ได้ หากรับจำนำ 1.2 หมื่นบาท ก็จะรับจำนำได้ 2 รอบ โดยเชื่อว่าการปรับหลักเกณฑ์รับจำนำข้าวดังกล่าวจะทำให้ใช้งบประมาณในการรับจำนำไม่เกิน 3 แสนล้านบาท
“พาณิชย์” ได้ฤกษ์ระบายข้าวเอเฟต นำร่อง 1.4 แสนตัน ประมูลช่วงก.ย.นี้ พร้อมใช้เงินกองทุนส่งออก 240 ล้านบาทวางค้ำประกัน
อย่างไรก็ตาม เรื่องการนำเงินมาวางค้ำประกันเพื่อนำข้าวเข้าประมูลในเอเฟตนั้น ไม่มีปัญหา เพราะขณะนี้กระทรวงฯได้เตรียมเงินจำนวน 240 ล้านบาท โดยจะนำเงินจากกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมาใช้ค้ำประกันไว้แล้ว และไม่ถือว่าผิดหลักเกณฑ์การนำเงินกองทุนฯมาใช้ เพราะเป็นเพียงการวางค้ำประกันเท่านั้น
สำหรับ การจัดประชุมชี้แจงในครั้งนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ตลอดจนภาคเอกชนที่สนใจ ได้ศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการในการประมูลเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดประมูลข้าวในตลาดเอเฟท โดยการนำข้าวออกมาประมูลผ่านตลาดเอเฟตนี้ ถือเป็นการสะท้อนราคาตลาดที่แท้จริงและจะทำให้เกิดความโปร่งใสสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้มาก







