
ผู้ส่งออกนำเข้าใช้ USD Futuresจัดการค่าเงินได้ทันที
อีกไม่นานนี้ ธนาคารกรุงไทยก็จะมีการเพิ่มบริการพิเศษให้ผู้ซื้อขาย USD Futures สามารถไปติดต่อธนาคารเพื่อซื้อขายดอลลาร์จริงๆ ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้เงินดอลลาร์จริงนั้น มีเงินไปใช้จ่ายทำธุรกิจตามต้องการในครั้งนี้ นัดพบ TFEX ขอนำตัวอย่างการใช้งานสำหรับผู้ประกอบการในด้านส่งออก/นำเข้าว่าจะใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
อีกไม่นานนี้ ธนาคารกรุงไทยก็จะมีการเพิ่มบริการพิเศษให้ผู้ซื้อขาย USD Futures สามารถไปติดต่อธนาคารเพื่อซื้อขายดอลลาร์จริงๆ ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้เงินดอลลาร์จริงนั้น มีเงินไปใช้จ่ายทำธุรกิจตามต้องการในครั้งนี้ นัดพบ TFEX ขอนำตัวอย่างการใช้งานสำหรับผู้ประกอบการในด้านส่งออก/นำเข้าว่าจะใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
การใช้บริการแลกเงินกับธนาคารนี้ ผู้ลงทุนยังคงมีการซื้อขาย USD Futures ใน TFEX ตามปกติ โดยยังคงต้องชำระราคาตามส่วนต่างกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้น (Cash Settlement) ดังเช่นปัจจุบัน แต่โบรกเกอร์จะมีเอกสารเพื่อแสดงว่าท่านมีการซื้อขาย USD Futures จริง เพื่อให้นำไปแสดงกับธนาคารกรุงไทย โดยธนาคารกรุงไทยจะรับซื้อขายเงินดอลลาร์กับท่านในราคาที่อ้างอิงกับราคาที่ใช้ชำระราคาครั้งสุดท้ายของ USD Futures TFEX หรือที่เรียกกันว่า Final Settlement Price บวกลบด้วยอัตราพรีเมียม หรือดิสเคาน์ ตามที่ธนาคารประกาศ
ลองมาดูตัวอย่าง ผู้ส่งออกที่จะได้รับเงินในช่วงวันที่ 20 ก.ย. 2556 จึงต้องการป้องกันความเสี่ยงการแข็งค่าเงิน โดยเลือกขาย USD Futures เดือน ก.ย. (USDU14) เป็นจำนวน 1,000 สัญญา เพื่อป้องกันความเสี่ยงของยอดเงิน 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (USD Futures 1 สัญญาเทียบเท่าเงิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ที่ราคา 31.25 บาท
ต่อมาหากราคาดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และในวันซื้อขายวันสุดท้าย Final Settlement Price ที่ประกาศออกมาอยู่ที่ 30.85 บาท ผู้ลงทุนจะได้กำไรใน Futures เท่ากับ 400 บาทต่อสัญญา [(31.25-30.85)*1,000] และรวมเป็นเงินจากสัญญา USD Futures ทั้งสิ้น 400,000 บาท
ในวันเดียวกัน ผู้ส่งออกไปติดต่อกับธนาคารกรุงไทยเพื่อขายเงิน 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยสมมติว่าธนาคารประกาศราคารับซื้อรับขายดอลลาร์ที่หน้าเคาน์เตอร์ในวันนั้นอยู่ที่ 30.50 และ 31.05 บาท ตามลำดับ ดังนั้น ถ้าผู้ส่งออกไปติดต่อธนาคารแบบปกติก็จะได้รับราคารับซื้อของธนาคารที่ระดับ 30.50 บาทต่อดอลลาร์ หรือเป็นเงินทั้งหมด 30.5 ล้านบาท เมื่อรวมกับกำไรที่ได้จาก USD Futures เป็นรายได้ทั้งหมดเท่ากับ 30.9 ล้านบาท (30.5+0.4 ล้านบาท) ซึ่งโดยสรุปเสมือนผู้ส่งออกแลกเงินได้ที่อัตรา 30.9 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
แต่ถ้าหากผู้ส่งออกรายดังกล่าว ซึ่งเคยขาย USD Futures ไว้ก่อนหน้า นำหลักฐานที่โบรกเกอร์ออกให้ไปยื่นติดต่อธนาคารในช่วงเช้าของวันดังกล่าว เคาน์เตอร์ธนาคารจะยังไม่แจ้งราคาดอลลาร์ทันทีแต่จะรอข้อมูลราคา Final Settlement Price ซึ่งจะปรากฏค่าประมาณเวลา 11.00 น. ในวันดังกล่าว ซึ่งจากตัวอย่างข้างต้น Final Settlement Price ที่ 30.85 บาท หากธนาคารประกาศพรีเมียม/ดิสเคาน์ที่ 0.05 บาท (หรือ 5 สตางค์) ดังนั้น ธนาคารจะรับซื้อดอลลาร์ในราคา 30.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (30.8-50.05) เงินที่ผู้ลงทุนได้จากการแลกเงิน จึงเท่ากับ 30.8 ล้านบาท และยังมีกำไรจาก USD Futures อีกจำนวนเท่ากับ 0.4 ล้านบาท ผู้ส่งออกจึงได้รายได้หลังแปลงเป็นเงินบาททั้งหมด 31.2 ล้านบาท หรือเสมือนผู้ส่งออกแลกเงินที่อัตรา 31.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราที่ดีกว่าการซื้อกับธนาคารตามปกติ
สำหรับผู้นำเข้าภายใต้สถานการณ์นี้ หากได้ทำการซื้อ USD Futures ไว้ที่ 31.25 บาท ไว้ที่จำนวน 1,000 สัญญา ในกรณีที่ไปติดต่อธนาคารตามปกติจะต้องซื้อดอลลาร์ที่เรตเคาน์เตอร์ที่อัตรา 31.05 บาท ทำให้ต้องจ่ายทั้งหมด 31.05 ล้านบาท เมื่อรวมผลขาดทุนของ USD Futures อีก 0.4 ล้านบาท ทำให้ราคาซื้อดอลลาร์อยู่ที่ 31.9 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
แต่ถ้าผู้นำเข้านำเอกสารไปติดต่อขอซื้อดอลลาร์ก็จะจ่ายซื้อที่ 30.90 ล้านบาท [(30.85+0.05)*1,000,000] เมื่อรวมกับขาดทุนจาก USD Futures ทำให้เสมือนจ่ายเงิน 31.30 ล้านบาท (30.90+0.4) หรือซื้อดอลลาร์ที่อัตรา 31.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับราคาซื้อ Futures รวมกับพรีเมียมที่ธนาคารประกาศ
จะเห็นได้ว่าบริการแลกเงินสำหรับผู้ลงทุนใน USD Futures นี้ จะช่วยผู้ส่งออกและนำเข้ารับทราบระดับอัตราแลกเปลี่ยนที่จะขายหรือจ่ายซื้อได้ตั้งแต่วันที่เข้ามาซื้อขาย USD Futures ทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนธุรกิจได้ง่ายขึ้น และมีโอกาสได้แลกเงินเพื่อนำไปใช้ประกอบธุรกิจได้ตามต้องการอีกด้วย







