
แฟมิลี่มาร์ทงัดคีออสก์โมบายแข่ง
ชูแตกต่างสร้างชื่อครบพันสาขาสิ้นปีดันเป้า1.4หมื่นล.
ชูแตกต่างสร้างชื่อครบพันสาขาสิ้นปีดันเป้า1.4หมื่นล.
แฟมิลี่มาร์ทรับคู่แข่งมาแรง เร่งเปิดคีออสก์และโมบายสร้างความต่าง สิ้นปีขยายครบ 1,000 แห่ง
นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อแบรนด์แฟมิลี่มาร์ท เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจร้านสะดวกซื้อ หรือคอนวีเนียนสโตร์ มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง ซึ่งผู้นำตลาดอย่างร้านเซเว่นอีเลฟเว่นก็มีความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจอย่างมาก
ทั้งนี้ จากการแข่งขันที่รุนแรงดังกล่าวส่งผลให้บริษัทต้องเร่งสร้างจุดแข็งในการดำเนินธุรกิจ พร้อมสร้างความแตกต่างในการทำตลาด เช่น การเปิดร้านรูปแบบใหม่อย่างคีออสก์ ขนาดพื้นที่ 20-30 ตร.ม. มีสินค้าจำหน่าย 700-1,000 รายการ เน้นเปิดให้บริการตามแหล่งชุมชนและโรงพยาบาล ขณะนี้เปิดให้บริการแล้ว56 สาขา
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดร้านรูปแบบโมบาย หรือรถจำหน่ายสินค้า ปัจจุบันมีจำนวนรถโมบายวิ่งให้บริการตามแหล่งชุมชนต่างๆ เช่น ตลาดนัดจตุจักร และตลาดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ 1 คัน และในพัทยา 1 คัน ซึ่งเร็วๆ นี้จะเพิ่มอีก 1 คันใน จ.ภูเก็ต จำหน่ายสินค้าประมาณ 500-600 รายการ หลังจากทดลองเปิดให้บริการที่จตุจักร 12 เดือนที่ผ่านมา ได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี
“ร้านรูปแบบคีออสก์ในต่างประเทศมีแล้ว เช่น เวียดนาม แต่รูปแบบโมบายมีในไทยประเทศเดียว เพราะเราเป็นคนคิดคอนเซปต์นี้ขึ้นมา นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนจะนำอาหารสดเข้ามาขายในร้านแฟมิลี่มาร์ทด้วย โดยเริ่มนำแอปเปิลและกล้วยเข้ามาขายแล้ว” นายณัฐ กล่าว
นายณัฐ กล่าวว่า สินค้าญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่บริษัทจะหันมาให้ความสำคัญ เนื่องจากแนวทางธุรกิจของร้านแฟมิลี่มาร์ทต้องการให้มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น ซึ่งในอีก 3 ปีนับจากนี้คาดว่าจะมีสัดส่วนสินค้าญี่ปุ่นจำหน่ายในร้านแฟมิลี่มาร์ท 20% จากปัจจุบันมีอยู่ 10% และเพิ่มเป็น 30% ในอีก 5 ปี
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้จัดงาน แฟมิลี่มาร์ท เฟสติวัล 2013 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เป็นเวลา 7 วัน เพื่อจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษและสร้างการรับรู้ในแบรนด์สินค้า รวมทั้งมีแผนจัดอีก 8 แห่งในหัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยว
ปัจจุบันร้านแฟมิลี่มาร์ทมีสาขาประมาณ 913 สาขา คาดว่าสิ้นปีจะเปิดเพิ่มเป็น 1,000 สาขา เน้นแหล่งชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว ภายใต้งบลงทุนรวม 1,000 ล้านบาท ในปีนี้ ตั้งเป้ารายได้สิ้นปีนี้ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อน
ที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามีรายได้เติบโตอยู่ที่ประมาณ 18%







