posttoday
ภงด. 94 ภาษีเงินได้ครึ่งปี (ตอน 2)

ภงด. 94 ภาษีเงินได้ครึ่งปี (ตอน 2)

23 สิงหาคม 2556

สัปดาห์ที่แล้วได้กล่าวถึงผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและประเภทเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5)(8) แห่งประมวลรัษฎากร วันนี้มาต่อกันในเรื่องของวิธีการคิดคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) ว่ามีวิธีการคิดคำนวณอย่างไร

สัปดาห์ที่แล้วได้กล่าวถึงผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและประเภทเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5)(8) แห่งประมวลรัษฎากร วันนี้มาต่อกันในเรื่องของวิธีการคิดคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) ว่ามีวิธีการคิดคำนวณอย่างไร

วิธีการคิดคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) มี 2 วิธี ดังนี้

l วิธีที่ 1 คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ ผู้เสียภาษีที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5)(8) แห่งประมวลรัษฎากรต้องนำเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่เดือน ม.ค.มิ.ย. มารวมคำนวณยื่นแบบเสียภาษีให้หักออกด้วย ค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนเหลือเท่าใด เป็นเงินได้สุทธิ แล้วนำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะได้จำนวนภาษีต้องชำระ ทั้งนี้ เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้นภาษี การคำนวณภาษีวิธีนี้จะมีภาษีต้องชำระก็ต่อเมื่อมีเงินได้สุทธิเกินกว่า 150,000 บาทขึ้นไป

การคำนวณภาษีจะเริ่มในอัตราภาษีร้อยละ 10 สำหรับเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 150,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ร้อยละ 20 สำหรับเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ร้อยละ 30 สำหรับเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 4,000,000 บาท และร้อยละ 37 สำหรับเงินได้สุทธิที่เกินกว่า 4,000,000 บาทขึ้นไป (อัตราภาษีใหม่ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2556 อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำกฎหมาย ยังไม่มีผลบังคับใช้ในขณะนี้ การยื่นแบบเสียภาษีให้ปฏิบัติตามกฎหมายปัจจุบันไปก่อน)

l วิธีที่ 2 คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมิน ผู้เสียภาษีที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5)(8) แห่งประมวลรัษฎากรเกินกว่า 1,000,000 บาทขึ้นไป ให้นำเงินได้พึงประเมิน (ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) ไปคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 0.50 จะได้จำนวนภาษีที่ต้องชำระ หากมีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 1,000,000 บาท ไม่ต้องคำนวณภาษีวิธีนี้ แต่ยังคงต้องนำเงินได้พึงประเมินตามาตรา 40 (5)(8) คำนวณภาษีตามวิธีที่ 1 ซึ่งอาจจะมีภาษีต้องชำระหรือไม่ก็ได้

*** กฎหมายกำหนดให้ผู้มีเงินได้พึงประเมินนำเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(8) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องคำนวณภาษีเงินได้ทั้งวิธีที่ 1 และ 2 และเปรียบเทียบจำนวนภาษีต้องชำระทั้งสองวิธี วิธีใดมีจำนวนภาษีต้องชำระมากกว่าก็ให้เสียภาษีตามวิธีนั้น กรณีมีเงินได้พึงประเมินประเภทเงินเดือน ค่าจ้าง ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรอย่างเดียว ให้คำนวณภาษีวิธีที่ 1 วิธีเดียว

* การหักค่าใช้จ่าย เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5)(8) แห่งประมวลรัษฎากร กฎหมายให้สิทธิผู้เสียภาษีเลือกหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละที่กฎหมายกำหนด หรือเลือกหักค่าใช้จ่ายจริงโดยนำการหักรายจ่ายตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี ที่บังคับใช้กับบริษัท ฯลฯ มาอนุโลมใช้ สำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) บางรายการที่กฎหมายไม่ได้ระบุให้เลือกหักค่าใช้จ่ายเหมาต้องหักค่าใช้จ่ายจริงเท่านั้น

การหักค่าใช้จ่ายเหมาของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5)(8) แห่งประมวลรัษฎากร กฎหมายได้กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 11 ซึ่งได้กำหนดอัตราหักเป็นการเหมาไว้แตกต่างกันหลายอัตราสำหรับเงินได้แต่ละรายการ กรณีเลือกหักค่าใช้จ่ายจริงต้องมีหลักฐานประกอบการหักรายจ่ายและเป็นรายจ่ายที่กฎหมายให้หักได้ในแต่ละปีภาษี ผู้เสียภาษีมีสิทธิเลือกหักเหมาหรือหักจริงก็ได้ ไม่มีกฎหมายบังคับว่าใช้อย่างไรแล้วต้องใช้อย่างนั้นตลอดไป ขึ้นอยู่กับผู้เสียภาษีจะเลือกใช้วิธีใด เช่น ประกอบกิจการซื้อมาขายไป ปีที่ผ่านมาเคยหักค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 80 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ปีภาษีนี้มีหลักฐานค่าใช้จ่ายในกิจการสูงถึงร้อยละ 90 ก็สามารถเลือกที่จะหักค่าใช้จ่ายจริงได้

สัปดาห์หน้าเป็นเรื่องค่าลดหย่อนที่นำมาใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี สามารถหักลดหย่อนได้มากน้อยเท่าใด สวัสดีครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท