posttoday
น้ำตาลสด"คอนฟิเรล" พาธุรกิจเขมรโกอินเตอร์

น้ำตาลสด"คอนฟิเรล" พาธุรกิจเขมรโกอินเตอร์

22 สิงหาคม 2556

การจะก้าวไปสู่ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจนั้น นอกจากจะต้องมีความพร้อมเรื่องเงินทุนและความรู้ความสามารถในกิจการที่จะเข้าไปทำแล้ว

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

การจะก้าวไปสู่ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจนั้น นอกจากจะต้องมีความพร้อมเรื่องเงินทุนและความรู้ความสามารถในกิจการที่จะเข้าไปทำแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือความเชื่อมั่นและความกล้าที่จะเชื่อในการเดินตามหาความฝันของตนเอง

เหมือนดังเช่น เฮเหลียนเอง ประธานบริษัท คอนฟิเรล ธุรกิจน้ำตาลสด หรือน้ำตาลเมาพร้อมดื่ม และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากต้นตาลในกัมพูชา ที่ปัจจุบันสามารถผลักดันให้ธุรกิจดังกล่าวก้าวขึ้นมาเป็นสินค้าที่เป็นที่รู้จักไปทั่วในกัมพูชา และยังส่งออกไปขายยังตลาดในต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศสได้ โดยมีรายได้ต่อปีถึง 101-204 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,100-6,300 ล้านบาท) ทั้งๆ ที่บริษัทดังกล่าวเป็นเพียงธุรกิจขนาดเล็กที่มีลูกจ้างอยู่แค่ 50 คน และเพิ่งเริ่มดำเนินการได้เพียงแค่ 10 กว่าปีเท่านั้น

ไม่เพียงเท่านั้น บริษัท คอนฟิเรล ซึ่งล่าสุดได้รับเกียรติจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ให้เป็นเคสตัวอย่างในการเป็นโมเดลพัฒนาธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ยังได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากต้นตาลออกสู่ตลาดอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น น้ำตาลปี๊บ ไวน์ น้ำส้มสายชู ไปจนถึงลูกอม ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับความนิยมจากตลาดไม่น้อย เพราะสินค้าดังกล่าวไม่เพียงจะเป็นที่ถูกอกถูกใจในแง่รสชาติ แต่ยังรวมถึงหน้าตาผลิตภัณฑ์และความคิดสร้างสรรค์ที่ดึงดูดให้ลูกค้าหน้าใหม่ๆ เข้ามาสนใจเลือกซื้อเลือกชมอีกด้วย

เจ้าของธุรกิจน้ำตาลสดจากต้นตาล ย้อนอดีตให้ฟังว่า เมื่อแรกเริ่มคิดตั้งธุรกิจในช่วงปี 1992 นั้น เจ้าตัวต้องประสบพบเจอกับคำสบประมาทและดูถูกอย่างหนักจากสังคมรอบข้างอย่างมาก โดยบ้างก็ว่าเป็นคนบ้า สติไม่ดี และทำไปก็อาจล้มเหลวได้ ทว่าด้วยความเชื่อมั่นในความคิดว่าธุรกิจนี้จะไปรอด จึงก้มหน้าก้มตาสู้ผลักดันตามความฝันเรื่อยมา จนมาเริ่มลงมือลงทุนจริงจังในปี 2001 โดยมีทุนตั้งต้นกิจการเพียงแค่ 6 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.8 ล้านบาท) เท่านั้น

สาเหตุที่ทำให้ต้องรอถึง 10 ปีในการลงมือทำธุรกิจ ก็เพราะว่าต้องรอผลจากการส่งน้ำตาลสดที่ได้จากต้นตาลไปยังห้องทดลองในฝรั่งเศส เพื่อทำการตรวจสอบคุณภาพว่าจะสามารถพัฒนาขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกมาจำหน่ายในท้องตลาดได้หรือไม่ ขณะเดียวกัน เฮเหลียนเอง ก็ใช้ช่วงระยะเวลาดังกล่าวในการซุ่มพัฒนาบุคลากรของบริษัทในการเตรียมความพร้อมทางธุรกิจอีกด้วย

นอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้ต้องเลือกหันมาจับธุรกิจน้ำผลไม้จากต้นตาลก็เพราะว่าเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในประเทศ ทำให้ต้นทุนในการผลิตต่ำ อีกทั้งธุรกิจดังกล่าวยังถือเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและทรัพยากรที่มีอยู่ให้สูงขึ้นอีกด้วย ซึ่งแนวทางดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่สวนทางกับแนวทางธุรกิจทั่วๆ ไปในกัมพูชาที่มุ่งแต่จะขายทรัพยากรที่มีอยู่ไปให้ต่างชาติ โดยไม่พัฒนาหรือต่อยอดการผลิตและพัฒนาสินค้าใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น จึงทำให้หลายธุรกิจตกอยู่ในสภาพเหมือนพึ่งพาจมูกคนอื่นหายใจไปวันๆ อีกทั้งผลจากการขาดไร้ซึ่งการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ขึ้นในประเทศ ก็ทำให้คนกัมพูชาต้องพึ่งพาสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

“เราซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เท่ากับเราเอาเงินไปให้เขา และเขาจะคืนมาให้เราเท่าไรกัน ดังนั้น หากเรายังคงขายแรงงานให้คนอื่นต่อไป เราคงจะไม่มีวันร่ำรวยได้ และจะต้องเผชิญกับความไร้เสถียรภาพ เพราะขาดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ” เฮเหลียนเอง กล่าวให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ จากกัมพูชา พร้อมย้ำอีกว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย เนื่องจากไม่ได้พึ่งพาทรัพยากรการนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นเงินจึงไม่รั่วไหลออกไปต่างประเทศ

นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจขนาดเล็กจากเพื่อนบ้านที่น่าศึกษาถึงแนวทางในการเติบโตมาถึงทุกวันนี้ไม่น้อย

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล