
ให้โอกาสไหม (2)
การจะตัดสินใจลงทุนซื้อหุ้นของบริษัทที่ใช้เกณฑ์มาร์เก็ตแคป (Market Capitalization) ผู้ลงทุนจะต้องศึกษาและวิเคราะห์ ประเมินข้อมูลมากหน่อยค่ะ (ความจริงไม่ว่าหุ้นลักษณะไหนก็ต้องทำการบ้านเช่นกัน) สิ่งสำคัญอันดับแรกคืออ่านหนังสือชี้ชวน ซึ่ง ก.ล.ต. ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลให้กระจ่างและเพียงพอให้ผู้ลงทุนใช้ตัดสินใจ โดยสิ่งที่ต้องอ่าน ได้แก่
การจะตัดสินใจลงทุนซื้อหุ้นของบริษัทที่ใช้เกณฑ์มาร์เก็ตแคป (Market Capitalization) ผู้ลงทุนจะต้องศึกษาและวิเคราะห์ ประเมินข้อมูลมากหน่อยค่ะ (ความจริงไม่ว่าหุ้นลักษณะไหนก็ต้องทำการบ้านเช่นกัน) สิ่งสำคัญอันดับแรกคืออ่านหนังสือชี้ชวน ซึ่ง ก.ล.ต. ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลให้กระจ่างและเพียงพอให้ผู้ลงทุนใช้ตัดสินใจ โดยสิ่งที่ต้องอ่าน ได้แก่
(1) ข้อมูลส่วนสรุป (Executive Summary) จะบอกว่าหุ้นนี้เข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วยเกณฑ์มาร์เก็ตแคปหรือไม่ หากใช่ ผู้ลงทุนรับได้ไหม เพราะบริษัทอาจจะขาดทุนไปอีกระยะหนึ่ง โอกาสที่จะจ่ายเงินปันผลหรือราคาหุ้นที่จะขยับขึ้นสูงในระยะเวลาอันใกล้อาจจะไม่มี
(2) ศึกษาโครงการ (หัวข้อภาพรวมการประกอบธุรกิจ) โดยละเอียด บริษัทที่ยังทำกำไรไม่ได้มักอยู่ระหว่างดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง โดยทั่วไปจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งหมดเท่าไร โครงการจะเสร็จและรับรู้รายได้เมื่อใด และจะทำกำไรได้ขนาดไหน โดยผู้ลงทุนต้องประเมินว่าตัวเลขที่บริษัทกล่าวมาทั้งหมดมีความเป็นไปได้แค่ไหน ข้อสมมติฐานน่าเชื่อถือหรือไม่ รอไหวหรือเปล่า และยอมรับได้ขนาดไหนหากโครงการไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์
(3) อ่านปัจจัยความเสี่ยง เน้นดูเพื่อวิเคราะห์โอกาสที่ความเสี่ยงนั้นจะเกิด และผลลัพธ์ที่จะตามมาหากเกิดขึ้นจริง
สิ่งที่จะพลาดไม่ได้คือ งบการเงินของบริษัท ตัวเลขบรรทัดสุดท้ายว่ากำไรหรือขาดทุนอาจไม่ได้ให้ความหมายที่สำคัญแต่อย่างใด หากเราไม่รู้ว่ากำไรหรือขาดทุนนั้นมาจากอะไรค่ะ สำหรับบริษัทที่ขาดทุนเราจะเห็นได้จาก 4 รายการว่าอะไรเป็นสาเหตุ ซึ่งได้แก่ ต้นทุนการผลิต ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ดอกเบี้ย และภาษี ถ้าทำโครงการขนาดใหญ่คงต้องกู้เงินจำนวนมาก ทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากจนทำให้บริษัทขาดทุน การเสนอขายหุ้นเพื่อระดมทุนไปชำระหนี้ ก็อาจทำให้ผลประกอบการไม่ขาดทุนหรือติดลบในงวดบัญชีต่อไปก็ได้ค่ะ
อีกประการหนึ่งที่ผู้ลงทุนต้องตระหนักคือ การลงทุนในหุ้น IPO ไม่ได้ทำให้ผู้ลงทุนมีกำไรอย่างรวดเร็วเสมอไป ควรศึกษาให้เข้าใจหุ้นนั้นอย่างถ่องแท้ก่อน หากยังไม่มั่นใจก็ไม่จำเป็นต้องรีบจองซื้อ รอดูสถานการณ์แล้วค่อยซื้อเมื่อหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดรอง ซึ่งตอนนั้นจะมีบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ออกมาให้ข้อมูลช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ที่สำคัญถ้าคิดจะรักหุ้นมาร์เก็ตแคปจริงต้องมองเห็นอนาคต ให้โอกาส และถือกันยาวๆ นะคะ
“ก.ล.ต. อยากให้คนไทยลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง”







