
ตลาดเปลี่ยนองค์กรยุคใหม่ต้องง้อพนักงาน
ตลาดแรงงานเปลี่ยนไป องค์กรยุคใหม่ต้องง้อพนักงาน
ตลาดแรงงานเปลี่ยนไป องค์กรยุคใหม่ต้องง้อพนักงาน
บริษัท เฮย์กรุ๊ป เปิดเผยผลสำรวจที่จัดทำร่วมกับศูนย์วิจัยทางเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ ว่า ขณะนี้องค์กรทั่วโลกกำลังประสบปัญหาการลาออกของพนักงานในองค์กร เนื่องจากตลาดแรงงานกำลังเติบโตขึ้น
สถานการณ์ทั่วโลกพบว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานที่ขยายตัว ส่งผลให้อัตราการลาออกของพนักงานทั่วโลกในปี 2557 เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะสูงถึง 161.7 ล้านคน เพิ่มจากปี 2555 ถึง 19% และในปี 2561 พนักงานจะลาออกถึง 192 ล้านคน
กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาทางเศรษฐกิจจะเริ่มมีอัตราการลาออกของพนักงานที่สูงขึ้นตั้งแต่ปีนี้ ขณะที่กลุ่มประเทศพัฒนาทางเศรษฐกิจจะเริ่มมีอัตราที่สูงขึ้นในปี 2557 เนื่องจากผลพวงทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในปีนั้น
ธันวา จุลชาต ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เฮย์กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า แม้อัตราการย้ายงานของพนักงานบริษัทในไทยจะยังไม่สูงมากนัก แต่จากนโยบายการขึ้นค่าแรงของรัฐบาล และเออีซีที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้การบริหารคนให้อยู่กับองค์กรเป็นสิ่งที่ยากมากขึ้น ผู้ที่มีศักยภาพสูงมีโอกาสจะลาออกจากองค์กร เพราะการแข่งขันของตลาดในเรื่องค่าจ้างสูงมากขึ้น
ฉะนั้น เพื่อรักษาผู้ที่มีศักยภาพไม่ให้ลาออกจากองค์กรไป การให้ค่าตอบแทนที่เป็นรูปของตัวเงินหรือจับต้องได้เพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จในการดึงดูดผู้ที่มีศักยภาพและรักษาพนักงานไว้ได้ องค์กรควรมองภาพรวมโดยออกแบบผลตอบแทนแบบรวม ซึ่งอาศัยทั้งผลตอบแทนที่จับต้องได้ (Reward) และผลตอบแทนที่ไม่ได้เป็นรูปของตัวเงินหรือจับต้องไม่ได้ เพื่อให้พนักงานผูกพันต่อองค์กร และสนับสนุนพนักงานในการทำงาน
เฮย์กรุ๊ป คาดการณ์ว่าอัตราการลาออกของพนักงานในประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตดีขึ้นจะสูงกว่าในประเทศอื่นๆ โดยในประเทศที่กำลังพัฒนาทางเศรษฐกิจนั้น โอกาสในการหางานใหม่ของพนักงานจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราการลาออกของพนักงานในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทางเศรษฐกิจนี้เพิ่มสูงขึ้นก่อนกลุ่มอื่นๆ ในขณะที่ประเทศทางฝั่งยุโรปจะเริ่มเพิ่มขึ้นช้ากว่าเนื่องจากวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ฝั่งยุโรปกำลังเผชิญอยู่
ในส่วนของประเทศไทย แม้ว่าอัตราการลาออกของพนักงานปัจจุบันจะอยู่ที่ 13% อาจไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับอัตราทั่วโลก แต่จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลเรื่องค่าแรงและการเปิดเสรีเออีซี ก็แสดงให้เห็นถึงสัญญาณของการแข่งขันในตลาดแรงงานที่มากขึ้น และการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรก็จะยากขึ้นเช่นกันเฮย์กรุ๊ป วิเคราะห์เจาะลึกถึงความคิดเห็นของพนักงาน โดยอาศัยฐานข้อมูลจากพนักงาน 5.5 ล้านคนทั่วโลก โดยผลการศึกษาเผยให้เห็นว่า ความมั่นใจในผู้นำ โอกาสการเติบโตในหน้าที่การงาน ความมีอิสระในตนเอง บรรยากาศที่สนับสนุนการทำงาน และค่าจ้างค่าตอบแทนที่เหมาะสมนั้น นับว่าเป็นตัวชี้วัดความผูกพันและความมั่นคงของพนักงานต่อองค์กร
พนักงานที่วางแผนจะทำงานในองค์กรของตนมากกว่าสองปี ให้คะแนน 5 ปัจจัยข้างต้นนี้ ดีกว่าพนักงานที่วางแผนจะลาออกจากองค์กรของตนภายในสองปีถึงร้อยละ 20
“การออกแบบผลตอบแทนแบบรวม (Total Rewards) ซึ่งใช้ทั้งค่าตอบแทนที่จับต้องได้และค่าตอบแทนที่จับต้องไม่ได้ อาทิเช่น สร้างความมั่นใจในผู้นำ ให้โอกาสการเติบโตในหน้าที่การงาน ให้อิสระ สร้างบรรยากาศที่สนับสนุนการทำงาน และการให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น จะทำให้พนักงานผูกพันต่อองค์กร และเป็นปัจจัยที่สามารถรักษาผู้ที่มีศักยภาพให้อยู่กับองค์กรได้”
ปัญหาการลาออกของพนักงานและการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรเป็นสิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ การที่องค์กรเข้าใจถึงสถานการณ์และปรับตัวได้อย่างถูกต้อง จะทำให้องค์กรสามารถดึงดูดผู้ที่มีศักยภาพให้เข้ามาอยู่ในองค์กรและรักษาพนักงานไม่ให้ลาออกจากองค์กรไปได้บริษัท เฮย์กรุ๊ป เป็นบริษัทด้านการให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการองค์กรระดับโลก ที่ดำเนินงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของแต่ละองค์กรในการร่วมกันทำให้กลยุทธ์เป็นความจริง บริษัทมุ่งพัฒนาความสามารถในการบริหารจัดการองค์กร โดยใช้ทรัพยากรมนุษย์ ที่แต่ละองค์กรมีอยู่ เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งกระตุ้นบุคลากรขององค์กรแสดงศักยภาพที่มีอยู่เพื่อการปฏิบัติงานให้แก่องค์กร ปัจจุบันบริษัทมีที่ปรึกษาและทีมงานที่มีความสามารถทั้งสิ้น 7,000 คน โดยปฏิบัติงานอยู่ใน 85 ออฟฟิศ จากทั้ง 49 ประเทศทั่วโลก บริษัทมีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาแก่ทั้งภาครัฐและเอกชน ในทุกๆ กลุ่มธุรกิจ ภายใต้จุดมุ่งหมายที่ว่าสร้างการเปลี่ยนแปลงและช่วยให้องค์กรต่างๆ ตระหนักถึงศักยภาพของตน







