
เงินลงทุนจีน-ญี่ปุ่นมุ่งหน้าเทียบท่าไทย
บัณฑูรมั่นใจเงินลงทุนจีนญี่ปุ่นตบเท้าเข้าไทยในปลายปีแน่
บัณฑูรมั่นใจเงินลงทุนจีนญี่ปุ่นตบเท้าเข้าไทยในปลายปีแน่
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เชื่อมั่นว่า ในช่วงครึ่งปีหลังจะยังมีเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่นไหลเข้ามายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการที่ธนาคารญี่ปุ่นได้เข้ามาลงทุนในไทยเพื่อรองรับเม็ดเงินดังกล่าวแล้ว
ขณะที่ประเทศจีนก็มีนโยบายผลักดันธุรกิจให้ออกนอกประเทศ ซึ่งจุดน่าดึงดูดของไทยคืออุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีรากฐานยาวนาน
“จะเห็นว่าภาคธนาคารต่างพยายามรุกเข้าไปในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับจีนและญี่ปุ่น ธนาคารกสิกรไทยเองก็มีการเตรียมพร้อมทั้งคนและผลิตภัณฑ์ เพราะอยากให้รายใหญ่ที่เข้ามามองเห็นเราด้วย แม้จีนจะชะลอตัวแต่การเติบโตที่ระดับ 7% ก็เร็วที่สุดในโลก” นายบัณฑูร กล่าว
ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะยังเติบโตได้ในระดับ 4% เช่นเดียวกับสินเชื่อของธนาคารที่จะยังเติบโตตามเป้าได้ที่ 10%
สำหรับความขัดแย้งทางการเมืองในเวลานี้ นายบัณฑูร กล่าวว่า ยังเป็นการถกเถียงตามครรลองประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นเรื่องดี เพราะเงินจำนวน 2 ล้านล้านบาท ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากลงทุนไปแล้วไม่คุ้มค่า คนที่ต้องรับภาระคือประชาชน ในทางกลับกัน หากถกเถียงกันจนการลงทุนไม่เกิด ก็จะมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง และส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ธนาคารกสิกรไทยได้สนับสนุนสินเชื่อวงเงิน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,200 ล้านบาท ให้แก่บริษัท แอลแอลไอที (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท ซานตงหลิงหลงไทร์ ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ในประเทศจีน ที่ต้องการเข้ามาสร้างโรงงานผลิตยางในประเทศไทย
ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานบนเนื้อที่ประมาณ330 ไร่ ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช คาดว่าจะเสร็จในช่วงปลายปี 2556 โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ มีกำลังผลิตยางรถยนต์ประเภทต่างๆ ปีละ 12 ล้านเส้น ติด 1 ใน 200 บริษัทผลิตยางของโลก
สำหรับการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยของบริษัท แอลแอลไอที (ประเทศไทย) เนื่องจากต้องการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตยางรถยนต์รองรับตลาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเอเซีย รวมถึงการส่งออกไปจำหน่ายในตลาดเออีซี และต้องการขยายตลาดและสร้างแบรนด์สินค้าจีนในตลาดโลกให้เพิ่มมากขึ้น
นายบัณฑูร กล่าวว่า ความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยกับจีน







