
กอช.
วันที่ 22 ส.ค. เครือข่ายแรงงานนอกระบบ จะเข้าพบผู้บริหารกระทรวงการคลัง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 กำหนดให้กองทุนต้องประกาศเปิดรับสมาชิกภายใน 360 วัน นับแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ หรือตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2555 แต่กลับไม่มีการดำเนินการ
วันที่ 22 ส.ค. เครือข่ายแรงงานนอกระบบ จะเข้าพบผู้บริหารกระทรวงการคลัง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 กำหนดให้กองทุนต้องประกาศเปิดรับสมาชิกภายใน 360 วัน นับแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ หรือตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2555 แต่กลับไม่มีการดำเนินการ
ก่อนหน้านี้ เครือข่ายฯ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ต่อศาลปกครอง ฐานละเลยหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดโดยมิชอบ
ขณะที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นถอดถอนนายกิตติรัตน์ ฐานไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนายกิตติรัตน์เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเลิก พ.ร.บ.กองทุนเงินออมแห่งชาติ เพราะเห็นว่าซ้ำซ้อนกับการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ มาตรา 40 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่จ่ายเงินสะสมในกองทุนประกันสังคม และรัฐบาลจัดเงินสมทบตามสัดส่วน
สำหรับสมาชิกกองทุน กอช. จะต้องจ่ายสะสมเงินเข้ากองทุนไม่ต่ำกว่าครั้งละ 50 บาท แต่เมื่อรวมกันแล้วในปีหนึ่งๆ ต้องไม่เกิน 1.32 หมื่นบาท และให้รัฐจัดเงินสมทบตามอายุ คือ 1.อายุ 15 ปี แต่ไม่เกิน 30 ปี รัฐสมทบ 50% แต่ไม่เกินปีละ 600 บาท 2.อายุมากกว่า 30 ปีแต่ไม่เกิน 50 ปี รัฐสมทบ 80% แต่ไม่เกินปีละ 960 บาท และ 3.อายุมากกว่า 50 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปี รัฐสมทบ 100% แต่ไม่เกินปีละ 1,200 บาท
ส่วนการจ่ายเงินออกกองทุน หากสมาชิกอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ จะได้รับบำนาญไปตลอดอายุขัย หากสมาชิกทุพพลภาพก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ จะขอรับเงินสะสมหรือผลประโยชน์ได้ โดยขอได้เพียงครั้งเดียว ส่วนเงินบำนาญจะจ่ายให้เมื่ออายุครบ 60 ปี ต่สมาชิกต้องคงเงินไว้ในกองทุนทั้งหมดหรือบางส่วน หรือหากสมาชิกลาออกจากกองทุน ให้ได้รับเฉพาะเงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสะสม ส่วนเงินสมทบให้ตกเป็นของกองทุน เป็นต้น







