
ใช้กล้องวงจรปิดหนุนกำไรธุรกิจ
บรรดาเจ้าของธุรกิจที่เป็นเจ้าของร้านค้า เชื่อว่า แทบจะ 100% ที่ทุกร้านจะต้องมีกล้องวงจรปิดที่จะคอยตรวจสอบความปลอดภัย หรือใช้เพื่อดูความเคลื่อนไหวของพนักงานในร้าน
บรรดาเจ้าของธุรกิจที่เป็นเจ้าของร้านค้า เชื่อว่า แทบจะ 100% ที่ทุกร้านจะต้องมีกล้องวงจรปิดที่จะคอยตรวจสอบความปลอดภัย หรือใช้เพื่อดูความเคลื่อนไหวของพนักงานในร้าน
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเปลี่ยนมุมมองเจ้าของธุรกิจอาจเห็นว่า กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในร้านค้านั้น อาจเป็นข้อดีที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถสร้างกำไรได้มากขึ้น
วอลสตรีท เจอร์นัล ได้เขียนรายงานระบุว่า กล้องเหล่านี้ไม่ได้มีค่าแค่เพียงติดตั้งเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น เนื่องจากในปัจจุบันมีระบบบริการต่างๆ ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของลูกค้าภายในร้านได้โดยผ่านกล้องวงจรปิดในร้าน ยกตัวอย่างเช่น ปริซึม รีเทลเน็กซ์ และซีนแทป ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพียง 99999 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (ราว 2,970-2,997 หมื่นบาท)
ระบบบริการดังกล่าวเหล่านี้ มีความสามารถในการติดตามการเคลื่อนไหวภายในร้านและวิเคราะห์ออกมา เช่น ส่วนใดของร้านที่ลูกค้ามักจะเดินไปบ่อยๆ หรือการวางสิ่งของภายในร้านว่าไปขัดขวางการเดินหรือไม่ รวมไปถึงข้อมูลทางประชากรศาสตร์ของลูกค้า
สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของร้านสามารถได้ข้อมูลต่างๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางสถิติ กราฟ หรือแผนที่ความร้อน เพื่อเป็นตัวช่วยที่จะบอกว่า ร้านค้าจะต้องจัดร้านอย่างไร หรือสับเปลี่ยนช่วงเวลาการทำงานของลูกจ้างภายในร้านอย่างไร ขณะเดียวกันระบบดังกล่าวยังสามารถใช้ในขณะที่เจ้าของไม่ได้อยู่ประจำที่ร้านได้อีกด้วย
วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างอิง ไอวอร์ แบรดเลย์ เจ้าของครีมเมอรี ร้านกาแฟ และไอรอน แคคทัส ร้านอาหารในซานฟรานซิสโก ระบุว่า ก่อนหน้านี้แบรดเลย์มีกล้องภายในร้าน 15 ตัว ทว่าไม่เคยได้ใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ที่มีแม้แต่น้อย
ขณะที่ปัจจุบันแบรดเลย์ได้ใช้ระบบปริซึมเข้ามาช่วยในการดูแลธุรกิจเมื่อไม่อยู่ที่ร้าน ซึ่งการใช้ระบบดังกล่าวทำให้ทราบรูปแบบการซื้อของลูกค้าว่า ช่วงใดที่ลูกค้าเยอะ จึงทำให้สามารถปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการทำงานของลูกจ้างได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์วิดีโอ ยังได้พบอีกว่า ควรที่จะย้ายโต๊ะและเก้าอี้ออกในบางจุด รวมไปถึงย้ายเคาน์เตอร์ซื้อสินค้ากลับบ้านให้เป็นที่มองเห็นได้ง่ายอีกด้วย







