
การปฏิบัติหน้าที่ด้วยดี
น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เริ่มต้นชีวิตข้าราชการที่กองรัฐวิสาหกิจ สังกัดกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นที่ทราบกันดีว่าท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนตรงไปตรงมา แต่ความเป็นคนตรงไปตรงมากลับส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของท่าน เนื่องจากการที่ได้เป็นประธานคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ท่านคงจะเห็นความไม่ชอบมาพากล จึงได้เข้าชี้แจงข้อมูลขาดทุนต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรมของวุฒิสภา (กมธ.) และแจ้งว่าโครงการรับจำนำข้าวมีการทุจริตทุกขั้นตอน ซึ่งต่อมานายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บอกให้ น.ส.สุภา นำข้อมูลที่ระบุว่ามีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวมาชี้แจง
น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เริ่มต้นชีวิตข้าราชการที่กองรัฐวิสาหกิจ สังกัดกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นที่ทราบกันดีว่าท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนตรงไปตรงมา แต่ความเป็นคนตรงไปตรงมากลับส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของท่าน เนื่องจากการที่ได้เป็นประธานคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ท่านคงจะเห็นความไม่ชอบมาพากล จึงได้เข้าชี้แจงข้อมูลขาดทุนต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรมของวุฒิสภา (กมธ.) และแจ้งว่าโครงการรับจำนำข้าวมีการทุจริตทุกขั้นตอน ซึ่งต่อมานายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บอกให้ น.ส.สุภา นำข้อมูลที่ระบุว่ามีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวมาชี้แจง
คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวมีอำนาจหน้าที่ปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล และตั้งงบประมาณคืนให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อชำระหนี้คืนให้แก่ ธ.ก.ส. เพื่อนำเงินค่าระบายข้าวในโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554-2555 มาเป็นเงินหมุนเวียนในการรับจำนำข้าวจากเกษตรกร และหากพบข้อบกพร่องในการทำบัญชีและภาวะขาดทุนของโครงการรับจำนำข้าว ผู้ปิดบัญชีจะต้องระบุสาเหตุของการขาดทุนและข้อบกพร่องของการจัดทำบัญชีเพื่อให้ผู้บริหารนำไปแก้ไข คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ไม่ได้มีหน้าที่และอำนาจในการแสวงหาหลักฐานการทุจริต
อันที่จริง รัฐบาลหากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีความตั้งใจจริงต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ก็ควรที่จะแสดงความชื่นชม น.ส.สุภา ที่ปฏิบัติหน้าที่แบบตรงไปตรงมา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตามที่ได้รับมอบหมายโดยตรงจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และพิจารณาเรื่องการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวอย่างจริงจัง แทนการแสดงความไม่พอใจใดๆ
ความผิดของนางสาวสุภา ในสายตาของคนบางคนหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบ คือ การพูดความจริง โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
หลังจากที่ข่าวนี้ปรากฏตามสื่อต่างๆ นายกิตติรัตน์ ได้ออกมาชี้แจงว่า การตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี น.ส.สุภา ได้เข้าชี้แจงต่อ กมธ. เป็นเรื่องเข้าใจผิด สื่อนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนไป การให้ข่าวของนายกิตติรัตน์ ได้ทำภายหลังจากที่หลายกลุ่มได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไม น.ส.สุภา ต้องได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น ทั้งๆ ที่ทำหน้าที่ของตนอย่างดี รวมทั้งได้มีการให้กำลังใจแก่ น.ส.สุภา รวมถึงการให้คำแนะนำในการต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง
“การยึดมั่นในผลประโยชน์ของแผ่นดินและความถูกต้องเป็นธรรม เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ของราชการ เพราะการยึดมั่นดังกล่าวจะทำให้มีจิตใจมั่นคงเด็ดเดี่ยวในอันที่จะพากเพียรปฏิบัติหน้าที่ให้จนบรรลุผลสำเร็จ และสามารถป้องกันความผิดพลาดเสียหายอันจะเกิดแก่ตน แก่งาน ได้อย่างแท้จริง”
“เกียรติและความสำเร็จเกิดจากผลการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตัวของแต่ละคน ที่สามารถปฏิบัติงานในความรับผิดชอบให้ได้ผลสมบูรณ์ตรงตามวัตถุประสงค์ และปฏิบัติตัวให้สุจริต เที่ยงตรง พอควรพอดีแก่ตำแหน่งหน้าที่ที่ดำรงอยู่”
การที่ข้าราชการปฏิบัติตนตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้างต้น ปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ ก็สมควรที่จะได้รับการยกย่อง หากข้าราชการที่ประพฤติดี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เบียดเบียนเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติมาเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง หากได้รับความไม่พอใจจากผู้บังคับบัญชาหรือถูกโยกย้าย จะไม่เป็นการทำลายขวัญและกำลังใจแก่เหล่าข้าราชการนั้นหรือ? ผลจากโครงการรับจำนำข้าวเป็นเช่นไร คำตอบอาจอยู่ที่ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวปิดไม่มิด







