
ให้โอกาสไหม
มีคำถามตามมาเมื่อหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการขาดทุนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งน่าสนใจสำหรับผู้ที่เข้าไปซื้อไว้แล้ว และผู้ที่มองๆ หุ้นลักษณะนี้อยู่ รวมถึงหากในอนาคตมีหุ้นอย่างนี้ออกมาเสนอขายอีกค่ะ
มีคำถามตามมาเมื่อหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการขาดทุนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งน่าสนใจสำหรับผู้ที่เข้าไปซื้อไว้แล้ว และผู้ที่มองๆ หุ้นลักษณะนี้อยู่ รวมถึงหากในอนาคตมีหุ้นอย่างนี้ออกมาเสนอขายอีกค่ะ
หลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นต่อประชาชน ก.ล.ต. เน้นที่การเปิดเผยข้อมูล โดยไม่มีเรื่องฐานะการเงินเป็นปัจจัยในการพิจารณา บริษัทจะต้องบอกถึงธุรกิจ ความเสี่ยง โครงการในอนาคต งบการเงินย้อนหลัง และการจัดการโดยละเอียด รวมทั้งมีที่ปรึกษาทางการเงินร่วมดูแลการเปิดเผยข้อมูลให้กระจ่างและเพียงพอให้ผู้ลงทุนใช้ตัดสินใจ
จากนั้นบริษัทจึงนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์มีเกณฑ์ให้เลือกใช้ 2 เกณฑ์ คือ เกณฑ์กำไรสุทธิ โดยบริษัทต้องมีกำไรสุทธิต่อเนื่อง 2 ปี หรือ 3 ปีล่าสุดรวมกันไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท และปีล่าสุดต้องมีกำไรไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท และมีกำไรสะสม และทางเลือกที่ 2 คือ เกณฑ์มาร์เก็ตแคป (Market Capitalization) โดยแทนที่จะดูผลประกอบการที่ผ่านมาของบริษัท แต่ดูขนาดของมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดแทน ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท
เกณฑ์มาร์เก็ตแคปถือเป็นเรื่องใหม่ของตลาดทุนไทย เกณฑ์เพิ่งเริ่มใช้เมื่อเดือน พ.ย. 2555 แต่มีมานานแล้วในต่างประเทศ เช่น ตลาดเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็นต้น เกณฑ์นี้เปิดโอกาสให้บริษัทที่มีศักยภาพที่จะเติบโตในระยะยาว แต่ยังขาดทุนในช่วงต้น ซึ่งมักจะเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงในช่วงแรก และต้องใช้ระยะเวลากว่าจะมีกำไร เช่น ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งประดิษฐ์นวัตกรรม เทคโนโลยี และบริษัทที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ให้สามารถระดมทุนในตลาดหุ้น เพื่อขยายธุรกิจ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ และหากตลาดทุนไทยไม่เปิดโอกาสให้บริษัทที่มีอนาคต มีศักยภาพ หรือบริษัทที่จะส่งเสริมศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศได้ระดมทุนแล้ว บริษัทเหล่านี้อาจออกไปจดทะเบียนซื้อขายในต่างประเทศแทน
ในด้านของผู้ลงทุน สำหรับผู้ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจของบริษัท และต้องการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของบริษัทด้วยต้นทุนที่ไม่สูงนัก เหมาะที่จะศึกษาข้อมูลของหุ้นลักษณะนี้ไว้ เพราะหากรอจนถึงวันที่บริษัทมีกำไร ตอนนั้นผู้ลงทุนจะต้องจ่ายค่าหุ้นด้วยราคาที่แพงขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
“ก.ล.ต.อยากให้คนไทยลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง”







