posttoday
“บุศทรี หวั่งหลี” ปั่น"เดอะ ริคโค้" ลุยอสังหาฯ

“บุศทรี หวั่งหลี” ปั่น"เดอะ ริคโค้" ลุยอสังหาฯ

21 สิงหาคม 2556

แม้ว่าใครจะประเมินว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังติดหล่มภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อสะดุด แต่ในมุมมอง “บุศทรี หวั่งหลี”

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

แม้ว่าใครจะประเมินว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังติดหล่มภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อสะดุด แต่ในมุมมอง “บุศทรี หวั่งหลี” ทายาทบริษัทสีทีโอเอ และสะใภ้แห่งตระกูลหวั่งหลีแล้ว ยังคงมองว่าทุกวิกฤตยังมีโอกาสอยู่เสมอ และยังมีช่องว่างให้หน้าใหม่เข้ามาได้ เพียงแต่ต้องจับตลาดให้ถูก หาดีมานด์จริงให้เจอ ก็ยังสามารถลงหลักปักฐานในธุรกิจนี้ได้

“คนอาจจะมองว่าเราหน้าใหม่ ซึ่งอาจจะจริงในฐานะนักพัฒนา แต่เราไม่ใช่หน้าใหม่ของวงการอสังหาฯ เพราะไม่ว่าจะทางฝั่งสีทีโอเอ หรือทางกลุ่มหวั่งหลี ล้วนคลุกคลีอยู่ในแวดวงนี้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ทำให้เชื่อมั่นว่าการเข้าสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์เต็มตัว ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้” บุศทรี หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พูลผลทรัพย์ กล่าว

สำหรับการเข้ามาบุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบุศทรี ในนามบริษัท พูลผลทรัพย์ ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท พร้อมกับใช้แบรนด์ “เดอะ ริคโค้” ประเดิมโครงการแรก “เดอะ ริคโค้ ทาวน์ แอท วัชรพล” เป็นทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น บนพื้นที่ 24 ไร่ จำนวน 245 ยูนิต มูลค่าโครงการ 950 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท

การพัฒนาโครงการเดอะ ริคโค้ ทาวน์ แอท วัชรพล จะแบ่งออกเป็นเฟส โดยเฟสแรกมีด้วยกัน 72 ยูนิต มียอดขายแล้วประมาณ 25% หลังจากทดลองเปิดให้จองเมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยปัจจัยที่เลือกทำเลวัชรพลเป็นทำเลแรก ส่วนหนึ่งเป็นที่ดินของครอบครัวที่มีอยู่แล้ว

นอกจากนี้ จากการสำรวจตลาดย่านวัชรพล พบว่าทำเลนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยใหม่มีความต้องการสูง ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยทำเลนี้แบ่งเป็น 3 บริเวณหลัก คือ วัชรพลสุขาภิบาล 5 จะเป็นย่านบ้านเดี่ยว ระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป และมีการแข่งขันสูง มีผู้ประกอบการรายใหญ่กลุ่มมหาชนเกือบทุกรายเปิดขายโครงการ

ทำเลวัชรพลตอนกลาง ส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด ระดับราคาประมาณ 34 ล้านบาท และเป็นย่านที่ไม่มีโครงการใหม่เปิดขายมาประมาณ 56 ปีแล้ว ส่วนทำเลวัชรพลตอนปลาย ส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮาส์ระดับราคาประมาณ 2 ล้านบาท โดยในส่วนของเดอะ ริคโค้ ทาวน์ แอท วัชรพล จะอยู่บริเวณวัชรพลตอนกลาง เพราะคู่แข่งยังไม่มาก และบริษัทต้องการจับตลาดกลาง ราคาไม่เกิน 4 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดที่ยังไปได้อยู่

บุศทรี กล่าวว่า นโยบายการทำธุรกิจอสังหาฯ ของบริษัทจะเปิดโครงการใหม่ปีละ 1 โครงการ เน้นโครงการขนาดไม่ใหญ่ บนเนื้อที่โครงการประมาณ 20 ไร่ มูลค่าโครงการราว 1,000 ล้านบาท เพื่อความคล่องตัวในการบริหาร พร้อมกับเปิดตัวทั้งการลงทุนในแนวราบและแนวสูง แต่เริ่มต้นด้วยแนวราบ เพราะมีช่องว่างให้เข้ามา โดยในช่วงแรกจะเน้นย่านวัชรพลก่อน เพราะยังมีที่ดินในมือเหลืออีก

ขณะที่กลยุทธ์ในการบุกตลาดในฐานะน้องใหม่ ชูจุดขาย “บ้านสร้างเสร็จก่อนขาย” เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค อีกทั้งหากเทียบกับคุณภาพบ้านในระดับเดียวกันจะมีราคาที่ถูกกว่า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้นทุนที่ดินที่ถูกกว่า และการบริหารจัดการภายใน รวมถึงการมองเรื่องกำไรที่ไม่เน้นสูงมาก แต่เน้นการเติบโตในธุรกิจนี้อย่างยั่งยืน

“ต้องยอมรับว่าข้อจำกัดของรายใหม่ที่ทุนน้อย เน้นขายกระดาษ ทำให้ลูกค้าเชื่อถือได้ยาก นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคนจะซื้อบ้านส่วนใหญ่เลือกซื้อโครงการแบรนด์ใหญ่ๆ แต่ถ้าเราเข้ามาด้วยการทำบ้านเสร็จ ให้ลูกค้าเห็นฟังก์ชันในบ้านก่อนแล้ว ก็เชื่อมั่นว่าจะสู้รายใหญ่ได้เช่นกัน”

ทางด้านรูปแบบการก่อสร้างที่ยังคงใช้ระบบก่อสร้างแบบก่ออิฐ ฉาบปูนแบบเดิม ซึ่งถือเป็นจุดได้เปรียบอีกหนึ่งประการของรายเล็ก เพราะผู้บริโภคคนไทยยังนิยมระบบก่อสร้างแบบเดิม ซึ่งข้อจำกัดด้านยอดขายของรายใหญ่จำเป็นต้องพึ่งระบบก่อสร้างสำเร็จรูป แต่รายเล็กที่ยอดขายยังไม่สูงไม่ต้องเร่งก่อสร้าง จึงยังพึ่งพาระบบก่อสร้างแบบเดิมได้

สำหรับต้นทุนก่อสร้างที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น บุศทรี กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ วัสดุก่อสร้างมีความต้องการสูงขึ้น ราคาย่อมสูงขึ้นไปด้วย โดยในส่วนของโครงการปัจจุบันคงทยอยปรับราคาขึ้นในแต่ละเฟส ส่วนโครงการใหม่อาจต้องเป็นฐานราคาใหม่ หรืออาจต้องปรับฟังก์ชันให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด เช่น การขยับมาทำทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เพื่อขายในราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 45 เดือนสุดท้าย ยังมีปัจจัยลบจากภายนอกทั้งเศรษฐกิจในประเทศ ต่างประเทศ และปัญหาการเมือง ที่อาจมีผลให้กำลังซื้อชะลอลง ซึ่งผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ก็ต้องมองตลาดให้ออก และพร้อมปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท