posttoday
ยุทธศาสตร์ผอ.สถาบันอาหารใหม่เพ็ชร วาง 5 กรอบ ดันไทยผู้นำโลก

ยุทธศาสตร์ผอ.สถาบันอาหารใหม่เพ็ชร วาง 5 กรอบ ดันไทยผู้นำโลก

24 เมษายน 2553

หลังจากลุ้นกันมานานกว่า 6 เดือน ว่าตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันอาหารคนใหม่จะเป็นใคร สุดท้ายผู้ที่ได้รับการคัดสรรจากคณะกรรมการให้เข้ามานั่งเก้าอี้คือ เพ็ชร ชินบุตร อดีตกรรมการอำนวยการ และผู้อำนวยการบริหารสถาบันวิทยาการตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

จากคนทำงานอยู่ในวงการตลาดหลักทรัพย์ วันนี้ได้เข้ามาทำงานในวงการอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมประกาศวิสัยทัศน์พัฒนาสถาบันอาหาร โดยยึดแนวคิด การจัดการองค์ความรู้อย่างมืออาชีพ มุ่งสู่การเป็นหน่วยงานสนับสนุนข้อมูลอย่างสมบูรณ์แบบ รวมทั้งจะจับมือกับทุกหน่วยงานสร้างเครือข่ายให้อุตสาหกรรมทั้งระบบ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารของโลก ที่เน้นการเพิ่มคุณค่าและความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค

เพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร บอกว่า สถาบันอาหารในวันนี้จะต้องเป็นหนึ่งในเครื่องมือของรัฐ ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนข้อมูล การวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาใช้ร่วมใช้ข้อมูลของสถาบันในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เจริญก้าวหน้า รวมทั้งข้อมูลแนวโน้ม ทิศทางของตลาดโลก การวิเคราะห์เตือนภัยต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ประโยชน์ และสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ทั้งนี้ ภารกิจเร่งด่วนที่จะต้องเริ่มดำเนินการภายใน 36 เดือนนี้คือ การร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนข้อมูลและเข้าช่วยเหลือ สนับสนุนผู้ประกอบการในทุกๆ ด้าน โดยจะไม่เน้นการทำงานเพียงลำพัง แต่จะจับมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาผู้ประกอบการให้มีศักยภาพในการผลิต การขาย และการส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สภาอุตสาห กรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นต้น

ด้วยศักยภาพของสถาบัน สามารถร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องทำงานตามคำสั่งของภาครัฐเท่านั้น เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน และสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์

นอกจากนี้ สถาบันอาหารยังได้หารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) เพื่อจัดตั้งศูนย์ส่งออกสินค้าไทย (Thailand Export Centre) โดยศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่สนับสนุนการส่งออกให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เนื่องจากผู้ส่งออกรายใหญ่มีความสามารถในการส่งออกอยู่แล้ว

จึงต้องเน้นการเข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอีเพื่อให้มีช่องทางในการส่งออกมากขึ้น โดยสถาบันอาหารจะเป็นตัวกลางในการเชื่อมระหว่างผู้ส่งออกเอสเอ็มอีกับผู้นำเข้า เช่น การจับคู่ธุรกิจ และส่งเสริมให้เอสเอ็มอีรวมกลุ่มกันเป็นคลัสเตอร์ เพื่อให้ร่วมกันผลิตสินค้า ซึ่งจะทำให้เอสเอ็มอีสามารถรับคำสั่งซื้อจำนวนมากแข่งขันกับผู้ส่งออกรายใหญ่ได้ โดยสถาบันอาหารจะเข้าไปช่วยเหลือในการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าให้สูงขึ้น และคาดว่าจะดำเนินการจัดตั้งได้ภายใน 3 เดือน ซึ่งโครงการนี้จะร่วมทำงานกับภาคเอกชนด้วย

รวมทั้งจะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศมีการใช้วัตถุดิบในประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยสร้างการรับรู้ให้คนรู้จัก และรับรู้ถึงคุณภาพ คุณค่า ของสินค้าอาหารไทย ถ้าสามารถทำได้วัตถุดิบอาหารไทยจะถูกใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะนำไปทำอาหารของชาติใดก็ตาม เนื่องจากวัตถุดิบไทยมีศักยภาพและมีจำนวนมาก สามารถนำไปเพิ่มมูลค่าได้มากกว่านี้ และจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในประเทศด้วย

ขณะเดียวกัน จะดำเนินการต่อเนื่องในการผลักดันยุทธศาสตร์ของสถาบันอาหารในระยาว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม ซึ่งได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในการระดมสมอง กำหนดยุทธศาสตร์องค์กรในฐานะเป็นองค์กรขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมอาหารไทย เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารของโลกที่เน้นการเพิ่มคุณค่า และความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค

สำหรับกรอบแนวทางการทำงาน 5 ด้าน คือ 1.ผลักดันการส่งออกสินค้าอาหารให้ขยายตัวกว่าปีละ 10% 2.เพิ่มสัดส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมรับประทานกว่า 60% ของการส่งออกอาหารทั้งหมด 3.ส่งเสริมให้โรงงานผลิตอาหารของไทยได้รับรองมาตรฐานการผลิตในระดับสากลกว่า 50% ของโรงงานอาหารทั้งหมด 4.ส่งเสริมให้สินค้าอาหารไทยมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนขึ้นในตลาดโลก โดยให้เน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและอาหารที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ และ 5.ส่งเสริมให้ไทยมีมาตรฐานการอาหารในประเทศที่เท่ากับมาตรฐานสากล

เพื่อนำพาอุตสาหกรรมอาหารเข้าสู่ระบบการผลิตที่มีพื้นฐานจากนวัตกรรมที่สมบูรณ์ขึ้น และปรับตัวสู่การผลิตสมัยใหม่ โดยมีการจัดการบนฐานจากองค์ความรู้ เช่น เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ และข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม

“อุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีมูลค่าการส่งออกอาหารในปี 2552 กว่า 7 แสนล้านบาท และเป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับเกษตรกรจำนวนมากของประเทศ ถ้าผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารมีความเข้มแข็งและแข่งขันในตลาดโลกได้ จะส่งผลต่อรายได้ของประชาชน เกษตรกร ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญให้ประเทศสามารถพัฒนาได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ช่วยให้ประเทศไทยพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ได้” นายเพ็ชร กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท