
คปภ.ตื่นคุมบริษัทประกันต่อ
ชี้อาจต้องให้วางหลักประกันขึ้นทะเบียนลั่นกลางปีหน้าเสร็จเน้นดูแลผู้บริโภค
ชี้อาจต้องให้วางหลักประกันขึ้นทะเบียนลั่นกลางปีหน้าเสร็จเน้นดูแลผู้บริโภค
คปภ.เตรียมหาเกณฑ์สกัดประกันต่อฐานะง่อนแง่นเข้ามาหากิน แนะกระจายส่งงานหลายบริษัท
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการที่มีบริษัทประกันภัยต่อแห่งหนึ่งไม่สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ได้ตามที่สัญญาไว้ โดยขอลดหนี้ลงเหลือ 50% และบริษัทประกันภัยต่อที่มีปัญหาจะมี 23 แห่ง ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา แต่ทำให้ คปภ.ต้องกลับมาทบทวนการดูแลและปกป้องผู้บริโภคเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวอีกรอบ
ทั้งนี้ มีการหารือกันหลายแนวทาง เช่น ให้บริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศที่จะเข้ามารับประกันภัยในไทย ต้องมาขึ้นทะเบียนกับ คปภ. หรือวางหลักประกันจำนวนหนึ่ง โดยจะพยายามสรุปออกมาใช้ให้ได้ภายในกลางปีหน้า
“ตอนนี้เราก็มีเกณฑ์ควบคุมระดับหนึ่ง คือ บริษัทประกันภัยต่อที่จะเข้ามารับประกันได้ ต้องมีอันดับเครดิตเรตติ้งตั้งแต่ BBB ซึ่งตอนที่เขาเข้ามาตอนนั้นฐานะการเงินไม่มีปัญหา แต่เพราะว่าเกิดภัยพิบัติหลายที่ ทำให้เงินที่มีอยู่ไม่พอจ่าย และที่ผ่านมาก็ได้ขอความร่วมมือกับ คปภ.ในเกาหลีและมาเลเซีย ในการช่วยกันดูแลธุรกิจแต่ละประเทศให้ดี จะได้ไม่กระทบตลาดประกันภัยต่อ” นายประเวช กล่าว
นายประเวช กล่าวว่า คปภ.ได้ติดตามดูฐานะการเงินของบริษัทที่มีการทำประกันต่อไปยังบริษัทประกันภัยรายดังกล่าวแล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบปัญหา แต่ถ้ามีปัญหา ทาง คปภ.จะไม่ลังเลที่จะใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อจัดการกับบริษัทดังกล่าวตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้กระทบในวงกว้าง
นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มเกณฑ์ดูแลบริษัทประกันภัยไทยที่จะทำประกันภัยต่อ ด้วยการให้กระจายส่งงานไปยังหลายๆ บริษัท ไม่ให้เกิดการกระจุกตัวอยู่กับบริษัทเดียว เพราะถ้าบริษัทนั้นมีปัญหาจะมีความเสี่ยงอย่างที่เกิดขึ้น และอาจทำให้กระทบกับประชาชน ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจกับบริษัทมากขึ้นถึงเหตุผลที่จะต้องตีกรอบที่เข้มงวด
“ถึงปัจจุบันประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมน้ำท่วมทั้งระบบไปแล้วกว่า 3 แสนล้านบาท คิดเป็น 83% ของสินไหมทั้งหมดที่มีกว่า 4 แสนล้านบาท ซึ่ง คปภ.จะดูแลประชาชนให้ได้รับการชดใช้อย่างเป็นธรรม” นายประเวช กล่าว
นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย กล่าวว่า บริษัท เบสท์รี มีการเข้ามารับประกันภัยในตลาดไทยจากบริษัทประกันภัย 30 ราย รวมถึงบริษัทก็ได้ส่งประกันต่อให้บริษัทดังกล่าวด้วย แต่ความเสียหายมีจำนวนไม่มาก จึงไม่กระทบกับบริษัทมากนัก







