
ระดมสมองเอสเอ็มอีลุยลาว
จัดทำแผนลดปัญหาอุปสรรคก.ย.นี้หวังยอดการค้าทะลุ8,000ล.เหรียญ
จัดทำแผนลดปัญหาอุปสรรคก.ย.นี้หวังยอดการค้าทะลุ8,000ล.เหรียญ
“นิวัฒน์ธำรง” สั่งระดมสมองเอสเอ็มอี ก.ย.นี้ ทำแผนบุกตลาดเพื่อนบ้าน รับเปิดเออีซี
ส่วนผลหารือกับลาว ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 58
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงมีแผนหาแนวทางช่วยสนับสนุนนักธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของไทยให้เข้าไปลงทุนในลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนามโดยจะจัดประชุมระดมสมองภาคเอกชนไทยในเดือน ก.ย.นี้ ที่ จ.เชียงราย เพื่อรวบรวมประเด็นปัญหาอุปสรรคการค้าการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน และจัดทำข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาอุปสรรคดังกล่าว เพื่อให้ไทยเข้าไปทำการค้า การลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านได้เพิ่มขึ้น
“จะดูปัญหาและอุปสรรคในการทำการค้า การลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน และเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้การสนับสนุนการทำการค้า การลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
สำหรับการเดินทางไปประชุมแผนความร่วมมือกับลาว เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ตกลงที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าผลักดันให้การค้าเติบโตถึง 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558 โดยจะร่วมกันพิจารณาจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนงานด้านต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
นอกจากนี้ ไทยได้ขอให้ลาว ดูแลนักลงทุนไทยขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้าไปลงทุน เพราะกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายที่จะสนับสนุนให้นักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในลาวเพิ่มขึ้น โดยจะทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและสภาธุรกิจไทยลาว เพื่อใช้ประโยชน์จากเออีซีในด้านวัตถุดิบ แรงงาน การขนส่งและโลจิสติกส์ รวมทั้งใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ที่ได้รับจากประเทศที่พัฒนาแล้ว
ขณะที่ลาว ได้ขอให้ไทยให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการเพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านมาตรฐานและคุณภาพของสินค้าเกษตร และสินค้าโอท็อปให้แก่ลาว และให้สนับสนุนด้านการค้าชายแดน และอำนวยความสะดวกการผ่านแดน
นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า จะเดินทางไปปากีสถานพร้อมกับนายกรัฐมนตรี เพื่อหาทางขยายการค้าและลงทุน โดยจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทยปากีสถาน จัดประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทยปากีสถาน ครั้งที่ 1 และลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้ง Joint Business Council ระหว่างเอกชนไทยปากีสถาน
ปัจจุบัน ปากีสถานดำเนินนโยบายมองตะวันออก โดยส่งเสริมและขยายความสัมพันธ์กับเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออกลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจกับประเทศในภูมิภาคเดียวกันและดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่เปิดเสรีมากขึ้น เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยได้ยกเลิกระบบการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รวมทั้งให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ส่งออก
ทางด้านการค้า ปากีสถานเป็นคู่ค้าอันดับที่ 46 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ รองจากอินเดีย โดยในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2551-2555) การค้าระหว่างไทยกับปากีสถานมีมูลค่าเฉลี่ย 889.24 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 6.74% โดยในปี 2556 (ม.ค.มิ.ย.) การค้ารวมไทยปากีสถานมีมูลค่า 563.79 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.25% ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 446.30 ล้านเหรียญสหรัฐ







