
เจมาร์ทดันลูกเข้าเอ็มเอไอ
เจเอเอสระดมทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คาดเข้าจดทะเบียนไตรมาส4ปีหน้า
เจเอเอสระดมทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คาดเข้าจดทะเบียนไตรมาส4ปีหน้า
JMART ปีหน้าดันลูกเข้าเอ็ม เอ ไอ ระดมทุนลุยอสังหาริมทรัพย์ JMT หั่นเป้ารายได้หด 9%
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท (JMART) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนนำบริษัท เจ เอ เอส แอสเซ็ท ซึ่งเป็นบริษัทลูกยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ช่วงไตรมาส 2 ปีหน้า และนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2557 โดยแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
สำหรับบริษัท เจ เอ เอส แอสเซ็ท ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วยบริหารให้เช่าพื้นที่ คือ ไอที จังชั่น โดยมีแผนจะขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพิ่มเป็น 42 แห่งในปีนี้ ซึ่งปี 2557 เพิ่มเป็น 82 แห่ง และในปี 2558 เป็น 107 แห่ง และยังอยู่ระหว่างลงทุนคอมมูนิตีมอลล์ มูลค่าราว 370 ล้านบาท บนทำเลวังหิน เพื่อกระจายรายได้ออกไปในธุรกิจเช่าพื้นที่ เพิ่มขึ้น
ขณะที่กำไรและรายได้ในปีนี้มั่นใจว่าจะเติบโต 40% ตามเป้าหมายตามตลาดสมาร์ทโฟน จากอานิสงส์การเปิดให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2100 MHz ส่งผลดีให้ลูกค้าผู้ใช้เครื่องโทรศัพท์มือถือรุ่นเดิมของผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง 3 ราย มีโอกาสเปลี่ยนเครื่องมาใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเลขหมายโทรศัพท์มือถือปัจจุบันในอุตสาหกรรมมีทั้งสิ้น 89 ล้านเลขหมาย มีสัดส่วนเพียง 19 ล้านเลขหมาย ที่เป็นลูกค้า 3จี และยังมีโอกาสจะมีผู้ใช้เลขหมายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังเติบโตจากการเพิ่มสาขาศูนย์จำหน่ายโทรศัพท์มือถือใหม่ให้ครบ 250 แห่ง จากสิ้นปีก่อนที่มี 220 แห่ง ส่วนธุรกิจขายโทรศัพท์มือถือในพม่า บริษัทวางแผน 3 ปีจากนี้ขึ้นเป็นอันดับ 1 ด้านส่วนแบ่งทางการตลาดการขายโทรศัพท์มือถือในประเทศพม่า โดยการเข้าไปร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อขยายสาขาเจ มาร์ท
ทั้งนี้ ตั้งเป้าขยายสาขาไว้ที่ 90 แห่ง ภาย 3 ปี โดยตั้งงบลงทุน 750 ล้านบาท โดยในปีนี้จะเริ่มทยอยเปิดให้ครบ 20 แห่ง รวมถึงในปีหน้าอีก 30 แห่ง และส่วนที่เหลือจะเปิดในปี 2558 ซึ่งพม่าถือเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เพราะมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสัดส่วนเพียง 5% จากจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้น 60 ล้านคน
น.ส.ลัดดา วรุณธารากุล ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เจ มาร์ท กล่าวว่า บริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนขายหุ้นไอพีโอ เจ เอ เอส แอสเซ็ท ไปลงทุนขยายคอมมูนิตีมอลล์ใหม่เพิ่มอีก 2 แห่ง ในปี 2557 โดยยังคงลงทุนในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาและพิจารณาหาทำเลลงทุนใหม่ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนต่อแห่งใกล้เคียงกับคอมมูนิตีมอลล์ที่วังหิน ซึ่งจะเตรียมเปิดให้บริการในเดือน ก.ย. 2557
สำหรับสาเหตุที่ JMART หันมาให้ความสำคัญรุกในธุรกิจพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นที่ธุรกิจที่สร้างอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับสูงราว 20% อีกทั้งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้มั่นคงแน่นอน จากการทำสัญญาเช่าในระยะยาวระหว่าง 13 ปี และยังมีโอกาสที่รายได้จะเติบโตขึ้นจากการปรับสัญญาขึ้นค่าเช่าเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี
ด้านโครงสร้างสัดส่วนของกำไรของ JMART ในอนาคตมีโอกาสที่มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจุบันที่ JMART รับรู้สัดส่วนกำไรจาก เจ เอ เอส แอสเซ็ท ราว 8% จากบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ราว 10% และที่เหลือมาจากธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต
นายปิยะ พงษ์อัชฌา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส กล่าวว่า รายได้รวมของบริษัทในปีจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 30% โดยยอมรับว่ารายได้ในปีนี้จะปรับลดลงจากปีก่อนประมาณ 9% ขณะที่กำไรจะปรับตัวลดลงในอัตราที่มากกว่า เนื่องจากเป็นผลทางบัญชีซึ่งลูกหนี้คืนหนี้เงินต้นเร็ว
อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลังมีแผนจะเข้าประมูลซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มอีก 5,000-6,000 ล้านบาท เพื่อให้ครบเป้าหมายทั้งปีที่ 1 หมื่นล้านบาท โดยวางงบลงทุนทั้งปีไว้ 500 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีมูลค่าพอร์ตหนี้ และแผนปี 2557 ตั้งเป้าจะซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มอีกมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท







