
‘ซิโน-ไทย’คว้าโรงไฟฟ้าขนอมครึ่งปีหลังสดใส
STEC คว้างานโรงไฟฟ้าขนอม มูลค่า 4,300 ล้าน ส่งสัญญาณครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก มั่นใจรายได้เกินเป้า
STEC คว้างานโรงไฟฟ้าขนอม มูลค่า 4,300 ล้าน ส่งสัญญาณครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก มั่นใจรายได้เกินเป้า
นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เพราะงานที่บริษัทชนะประมูลไป ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้างของรัฐบาล โรงไฟฟ้าอุทัย สนามบินภูเก็ต มีความคืบหน้าในการก่อสร้างมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบริษัทได้ลงนามสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนอม เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา กับบริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม มูลค่าโครงการ 4,380.96 ล้านบาท ซึ่งเป็นงานก่อสร้างโรงไฟฟ้า ประกอบด้วยงานโยธา งานอาคาร งานระบบ และงานติดตั้งเครื่องจักร ระยะเวลาการก่อสร้าง 19 พ.ค. 2556-19 มิ .ย. 2559
นายภาคภูมิ กล่าวว่า ในส่วนของแนวโน้มรายได้ในปีนี้ คาดว่าจะทำได้เกินเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท หลังจากได้รับงานใหม่ๆ เข้ามาต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของงานภาครัฐและเอกชน และในช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทคาดว่าจะได้รับงานใหม่อีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
“บริษัทยังคงเดินตามนโยบายที่วางไว้ คือ เน้นงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีในการตัดสินใจที่จะเข้ารับงาน และงานในมือของบริษัทก็จะมุ่งเน้นในเรื่องของอัตรากำไรที่ดีเช่นกัน” นายภาคภูมิ กล่าว
สำหรับในส่วนของการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลนั้น จนถึงขณะนี้คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา และเชื่อว่านโยบายจะเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งในส่วนของบริษัทเองก็มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมงานประมูลของรัฐในส่วนของงบลงทุนก้อนนี้ และขณะเดียวกันงานก่อสร้างของภาคเอกชนก็จะเป็นงานหลักของบริษัทเช่นกัน และเฉพาะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบริษัทถือว่าเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการก่อสร้าง และงานก่อสร้างประเภทนี้จะให้อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีด้วย
ทั้งนี้ ในงวดครึ่งปีแรก บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 1,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 800 ล้านบาท
บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3 ของ STEC และในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าจะปรับดีขึ้นจากการรับรู้โครงการหลักๆ ในมือ เช่น รถไฟสายสีม่วง สายสีน้ำเงิน โรงไฟฟ้า สนามบินภูเก็ต
นอกจากนี้ STEC ยังได้งานต่อเนื่อง นับจากต้นปี 2556 STEC ได้งานใหม่แล้วทั้งหมด 2.1 หมื่นล้านบาท เทียบกับเป้าที่ทางบริษัทตั้งไว้จะได้งานในปีนี้เท่ากับ 34 หมื่นล้านบาท ทำให้งานในมือพุ่งขึ้นมาเป็น 7.1 หมื่นล้านบาท อนาคตมีแนวโน้มจะได้งานที่ STEC ถนัด คือ งานสร้างโรงไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีแผนที่จะลงทุน 10 ปีข้างหน้าถึง 7 แสนล้านบาท เราประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ STEC จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง คาดว่าจะรับรู้รายได้จากงานก่อสร้าง 24,045 ล้านบาท เติบโต 21% และคาดว่าจะทำให้มีกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นเป็น 1,497 ล้านบาท
ด้านราคาหุ้น STEC วันที่ 19 ส.ค. ราคาปิดที่ 20 บาท ลดลง 2 บาท หรือลดลง 9.09% นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี แนะนำให้ซื้อ เพราะคาดว่าเป็นหุ้นที่มีงานในมือสูงรองรับการเติบโตใน 3 ปีข้างหน้า







