posttoday
ก่อสร้างปรับทัพชูนวัตกรรมลดต้นทุน

ก่อสร้างปรับทัพชูนวัตกรรมลดต้นทุน

20 สิงหาคม 2556

ทุกวันนี้บรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือใหญ่ ต่างต้องนำนวัตกรรมทางด้านก่อสร้างรูปแบบใหม่ๆ

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ทุกวันนี้บรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือใหญ่ ต่างต้องนำนวัตกรรมทางด้านก่อสร้างรูปแบบใหม่ๆ มาใช้เพื่อลดต้นทุนและก่อสร้างบ้านให้รวดเร็ว หลังจากต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤตแรงงาน ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

สุภัทร์ รัตนะโสภณชัย ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างจัดตั้งหน่วยงานทางด้านนวัตกรรม คาดจะตั้งเสร็จในปลายปีนี้ เพื่อพัฒนาสินค้ารูปแบบใหม่ใช้ภายในการก่อสร้างบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม ใช้กับทุกโครงการใหม่ เพื่อต้องการลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง ซึ่งมีความรวดเร็ว แข็งแรง และสวยงามเหมือนกับการผลิตรถยนต์

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนานวัตกรรมต่อเนื่องมาหลายปี โดยมีการร่วมมือกับหลายหน่วยงาน อย่างเช่น คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาบ้านรูปแบบใหม่ๆ มาใช้ เช่น บ้านสำหรับผู้สูงอายุ หรือการพัฒนาบ้านต้านแผ่นดินไหว ที่ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) สามารถต้านทานแผ่นดินไหวได้ขนาด 8.5 ริกเตอร์ ต้องห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว 80 กิโลเมตร เป็นต้น

ขณะเดียวกันบริษัทก็พัฒนาสินค้าเอง แต่การพัฒนานั้นไม่ได้เป็นรูปแบบรวมศูนย์ ใช้วิธีกระจายออกไปหลายแผนก เช่น ห้องน้ำสำเร็จรูปนั้นทำมานานกว่า 5 ปี และจะสำเร็จในปีนี้ เนื่องจากที่ผ่านมามีน้ำหนักมาก ประมาณ 78 ตันต่อ 1 ห้อง ซึ่งทำให้มีปัญหาในการใช้เครนยกขึ้นไปประกอบ ปัจจุบันบริษัทสามารถลดน้ำหนักได้เหลือไม่เกิน 3 ตัน เพื่อให้เป็นห้องน้ำที่มีผนังเบาลง โดยจะทำการจ้างบริษัทที่มีความชำนาญในการผลิตห้องน้ำ จากเดิมที่บริษัทมีแนวคิดที่จะผลิตเอง ซึ่งห้องน้ำสำเร็จรูปดังกล่าวจะเริ่มมาใช้กับโครงการคอนโดมิเนียม พิกเซล พระราม 4 ในซอยเย็นอากาศ เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ จะเปิดตัวในครึ่งปีหลังของปีนี้ เป็นต้น

นอกจากนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนานวัตกรรมของสินค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ ระบบการก่อสร้างพรีคาสท์ บันไดสำเร็จรูป วงกบ ประตูหน้าต่าง ห้องน้ำสำเร็จรูป รวมไปถึงการพัฒนาคอนกรีตผสมเสร็จที่ร่วมกับกลุ่มบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง ที่สามารถกำหนดระยะเวลาให้ปูนจะสามารถแข็งตัวได้ เพื่อใช้ในแต่ละขั้นตอนการก่อสร้าง โดยใช้เวลาก่อสร้างบ้านต่อหลังเฉลี่ย 30 วัน จากอดีตใช้เวลาการก่อสร้าง 60 วัน

รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ เช่น การนำวัสดุที่เหลือใช้จากขั้นตอนการก่อสร้าง การนำขยะเหล่านั้นมาจัดการหรือพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ รวมไปถึงการปรับรูปแบบการใช้วัสดุก่อสร้างให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็นขยะเหลือทิ้ง โดยในปีนี้มีแผนจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวน 2,600 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานเพิ่มอีก 4 แห่ง ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี 3 แห่ง และโรงงานก่อสร้างบ้านสำเร็จรูปขนาดเล็กใน จ.ภูเก็ต 1 แห่ง จากปัจจุบันมีโรงงานพรีคาสท์แล้ว 5 แห่ง

กิตติพงษ์ สุมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอริส กรุ๊ป กล่าวว่า หลังจากเผชิญปัญหาน้ำท่วมใหญ่ตั้งแต่ปลายปี 2554 ทำให้บริษัทต้องมองหานวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในงานก่อสร้าง โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป โดยได้เริ่มก่อสร้างโรงงานแห่งแรกบริเวณบางกรวยไทรน้อย บนเนื้อที่ 44 ไร่ มูลค่าการลงทุน 300 ล้านบาท โดยใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตมาจากประเทศเยอรมนี ซึ่งโรงงานพรีแฟบดังกล่าวมีกำลังผลิตเต็ม 4 แสนตารางเมตรต่อปี

เหล่านี้คือการปรับตัวของผู้ประกอบการ ที่ต่างต้องเร่งหานวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในงานก่อสร้าง ใครที่ปรับตัวได้ไวและต่อยอดในการพัฒนาไปยังสินค้าอื่นๆ ก่อน ย่อมได้เปรียบ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ