posttoday
ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียความสำเร็จทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย

ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียความสำเร็จทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย

20 สิงหาคม 2556

เมื่อประมาณ 15 ปีมาแล้ว อินโดนีเซียเผชิญความวุ่นวายทางการเมืองอย่างมากหลังการโค่นล้มรัฐบาลของนายพลซูฮาร์โต จนได้รับฉายาว่าเป็น “คนป่วยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” แต่สถานการณ์ปัจจุบันต่างจากในอดีตมาก โดยเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2556 นายพลซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้แถลงสถานภาพของประเทศต่อรัฐสภา ก่อนวันครบรอบประกาศเอกราชโดยกล่าวถึงความสำเร็จอย่างท่วมท้นนับตั้งแต่รับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2547 เศรษฐกิจเติบโตโดยเฉลี่ยสูงกว่า 6% ต่อปี รายได้ของประชากรต่อหัวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 1,177 เหรียญสหรัฐ/คน/ปี เป็น 3,592 เหรียญสหรัฐ ในปี 2555 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 5,000 เหรียญสหรัฐ ในปี 2557

เมื่อประมาณ 15 ปีมาแล้ว อินโดนีเซียเผชิญความวุ่นวายทางการเมืองอย่างมากหลังการโค่นล้มรัฐบาลของนายพลซูฮาร์โต จนได้รับฉายาว่าเป็น “คนป่วยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” แต่สถานการณ์ปัจจุบันต่างจากในอดีตมาก โดยเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2556 นายพลซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้แถลงสถานภาพของประเทศต่อรัฐสภา ก่อนวันครบรอบประกาศเอกราชโดยกล่าวถึงความสำเร็จอย่างท่วมท้นนับตั้งแต่รับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2547 เศรษฐกิจเติบโตโดยเฉลี่ยสูงกว่า 6% ต่อปี รายได้ของประชากรต่อหัวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 1,177 เหรียญสหรัฐ/คน/ปี เป็น 3,592 เหรียญสหรัฐ ในปี 2555 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 5,000 เหรียญสหรัฐ ในปี 2557

แม้โลกจะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา แต่เศรษฐกิจอินโดนีเซียยังเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นต้นว่า ในปี 2552 เมื่อโลกเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรง การเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งของไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ติดลบ แต่เศรษฐกิจอินโดนีเซียกลับยังเติบโตในอัตราค่อนข้างสูง คือ 4.5% และคาดว่าจะยังคงสูงต่อไปในอนาคต โดยรัฐบาลประมาณการว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 6.16.3% ในปี 2556 และเพิ่มขึ้นเป็น 6.4% ในปี 2557

อนึ่ง จากสถิติของ IMF เดิมเมื่อปี 2553 อินโดนีเซียมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับที่ 18 ของโลก แต่ปี 2555 แซงหน้าตุรกีและเนเธอร์แลนด์ กลายเป็นอันดับที่ 16 ของโลก โดยมีขนาด 878 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 1.14% ของ GDP รวมของโลก เปรียบเทียบกับไทยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอันดับ 32 ของโลก โดยมีขนาด 365.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 0.51% ของ GDP รวมของโลก รวมทั้งคาดว่าอินโดนีเซียสามารถพัฒนาเป็นเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 10 ของโลกภายในปี 2563 และเป็นอันดับ 6 ของโลก ในปี 2573

ด้านการคลัง แม้วงเงินงบประมาณปี 2557 กำหนดที่ระดับ 1,662.5 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 4.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% แต่รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายการคลังอย่างอนุรักษนิยม กำหนดเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณไม่เกิน 3% ของ GDP ทั้งนี้ คาดว่าตัวเลขขาดดุลงบประมาณจะลดลงจาก 2.38% ในปี 2556 เหลือเพียง 1.49% ของ GDP ในปี 2557 และตัวเลขหนี้สาธารณะต่อ GDP จะลดลงเหลือ 2223% ในปี 2557 เทียบกับไทยที่มีสัดส่วนสูงเป็น 2 เท่า กล่าวคือ เดือน เม.ย. 2556 อยู่ที่ 44.2%

สำหรับการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงนับเป็นภาระสูงถึง 1 ใน 5 ของงบประมาณประเทศ เพื่อลดภาระข้างต้น รัฐบาลอินโดนีเซียได้ประกาศปรับราคาเชื้อเพลิงขึ้นเฉลี่ย 33% ในเดือน มิ.ย. 2556 เช่น น้ำมันเบนซินเพิ่มเป็น 20 บาท/ลิตร น้ำมันดีเซลเป็น 16.5 บาท/ลิตร แม้ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็น 7.2% ในปี 2556 แต่ไม่ได้น่าวิตกนัก โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดเหลือ 4.5% ในปีหน้า

ขณะเดียวกัน ได้ลงทุนเพื่อวางพื้นฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยงบประมาณปี 2557 รัฐบาลอินโดนีเซียได้จัดสรรงบ 345.3 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 1 ล้านล้านบาท ในด้านการศึกษา โดยจะขยายการศึกษาภาคบังคับเพิ่มจาก 9 ปีในปัจจุบัน พร้อมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งการขยายท่าอากาศยาน ท่าเรือ ทางด่วนเก็บค่าผ่านทาง และรถไฟรางคู่ เพื่อรองรับการลงทุน ก่อสร้างเขื่อนและระบบชลประทาน เป็นต้นเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและให้ประชาชนมีน้ำสะอาดใช้

ในการอุปโภคบริโภค

สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับอินโดนีเซียมีหลายประการ อาทิ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดค่อนข้างสูง โดยเพิ่มจากขาดดุล 2.4% ของ GDP ในไตรมาสแรกของปี 2556 เป็น 4.4% ในไตรมาส 2 การอ่อนตัวของเศรษฐกิจจีน กระทบการส่งออกสินค้าสำคัญของอินโดนีเซียหลายรายการไปยังจีน เช่น ยางพารา ถ่านหิน ดีบุก น้ำมันปาล์ม ฯลฯ อีกทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปในปีหน้า ซึ่งนายพลซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีกเพราะดำรงตำแหน่งครบ 2 สมัย ทำให้มีความเสี่ยงว่าผู้นำประเทศคนต่อไปจะมีความรู้ความสามารถเช่นเดียวกับคนปัจจุบันหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง