posttoday
ยาแก้ไอคุณหนู “ซาร์บีส์” สินค้าดีพื้นที่เสมอ

ยาแก้ไอคุณหนู “ซาร์บีส์” สินค้าดีพื้นที่เสมอ

19 สิงหาคม 2556

หลังต้องพบเจอกับความซ้ำซากจำเจทุกวี่วันกับอาการไอ เป็นไข้ และภูมิแพ้ในเด็ก

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

หลังต้องพบเจอกับความซ้ำซากจำเจทุกวี่วันกับอาการไอ เป็นไข้ และภูมิแพ้ในเด็ก ซึ่งพ่วงด้วยความวิตกกังวลของบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ดร.แซ็ก ซาร์บ็อก กุมารแพทย์ในเมืองเซาท์ จอร์แดน รัฐยูทาห์ จึงคิดหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว

กระทั่งกลายเป็นที่มาของธุรกิจ “ซาร์บีส์” ยาแก้ไอสำหรับเด็กที่ผลิตและคิดค้นจากตัวยาที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

“ผมลงมือรักษากับยาที่ได้รับการรับรองมาแล้วหลายขนาน แต่ยาเหล่านั้นก็ไม่ได้ช่วยเสมอไป ทำให้ผมตัดสินใจต้องแก้ปัญหาดังกล่าว” ซาร์บ็อก กล่าว พร้อมยอมรับว่า การตัดสินใจครั้งนั้นค่อนข้างเสี่ยง เนื่องจากตลาดสหรัฐในขณะนั้นมียาเพื่อบรรเทาอาการไอสำหรับเด็กอยู่มากมาย

อย่างไรก็ตาม เพราะมีแรงผลักดันจากความฝันตั้งแต่แรกเริ่มที่คิดจะมีธุรกิจตามความถนัดของตนเอง ทำให้ซาร์บ็อกไม่ลังเลที่จะลงมือทำ ด้วยเชื่อว่าท้ายที่สุดตลาดย่อมมีพื้นที่ว่างให้กับสินค้าที่มีคุณภาพดีเสมอ

ทั้งนี้ เมื่อพบหนทางที่จะเดินทางตามความฝันของตนเอง ซึ่งมาพร้อมกับการได้ทำงานช่วยเหลือเด็กตามความรู้ความสามารถที่เล่าเรียนมา ซาร์บ็อกจึงเริ่มต้นศึกษาค้นคว้างานวิจัยอย่างจริงจัง โดยมีจุดเริ่มต้นจากงานวิจัยขององค์การอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ)ที่ระบุว่า เด็กๆ ไม่ควรกินยาระงับหรือบรรเทาอาการไอ

บทสรุปของงานวิจัยข้างต้นได้นำซาร์บ็อกให้พบกับงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของ เพนน์ สเตท มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เมื่อปี 2550 ที่ค้นพบว่าน้ำผึ้งบักวีทมีคุณสมบัติระงับอาการไอในเด็กได้ดีกว่ายาประเภทโอทีซี ซึ่งเป็นยาที่หาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์

เมื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการผลิตยาแก้ไอ โดยมีวัตถุดิบจากน้ำผึ้งธรรมชาติบักวีท ซาร์บ็อกจึงตัดสินใจควักเงิน 1 หมื่นเหรียญสหรัฐของตนเอง โดยมีสมาชิกแต่ละคนภายในบ้านและเพื่อนสนิทเข้าร่วมหุ้นด้วยในจำนวนเท่ากันสร้างบริษัท ซาร์บี เพื่อผลิตยาแก้ไอที่ได้คุณภาพ มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยเนื่องจากทำจากธรรมชาติ 100%

แม้ว่าซาร์บ็อกจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมี และไม่มีทั้งประสบการณ์ด้านโรงงานการผลิต แต่เนื่องจากรู้ดีว่ายูทาห์คือแหล่งบริษัทอาหารเสริมชั้นนำมากมายที่มีห้องแล็บมาตรฐานและได้รับการรับรองจากเอฟดีเออยู่ก่อนแล้ว เช่น บริษัท ยูซานา และบริษัท โมนา วี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรหากจะเดินหน้าเซ็นสัญญากับบริษัทผู้ผลิตเหล่านี้ เพื่อศึกษาวิจัยและผลิตยาแก้ไอ ซาร์บีส์ สินค้าชิ้นแรกที่มีส่วนผลมของน้ำผึ้งบักวีท วิตามินซี ซิงค์ และสารปรุงแต่งจากธรรมชาติของบริษัทเพื่อออกวางตลาด

“เมื่อผลิตภัณฑ์อยู่ในมือ ผมแจกตัวอย่างให้กับกุมารแพทย์ และเดินทางไปพบกับร้านจัดจำหน่ายตามที่ต่างๆ เพื่อนำ ‘ซาร์บีส์’ ให้ทางร้านช่วยวางบนชั้น” ซาร์บ็อก เล่า ก่อนยอมรับว่าด้วยประสิทธิภาพของตัวยาและความปลอดภัยที่ได้รับการรับรอง ทำให้ไม่ใช่เรื่องยากที่ซาร์บีส์จะติดตลาด

แน่นอนว่า ทุกอย่างไม่ได้ง่ายดายเหมือนเช่นที่เล่า โดยซาร์บ็อกยอมรับว่ากว่าจะได้ซาร์บีมาวางขายตามท้องตลาดทั่วไปนั้น ต้องใช้เงินมากมายหลายล้านเหรียญสหรัฐในการพิสูจน์ตรวจสอบตามขั้นตอนกระบวนการที่เอฟดีเอกำหนด แต่กระนั้นผลตอบแทนต่อความทุ่มเทและซื่อสัตย์ของซาร์บ็อกก็ได้รับการตอบแทน

ทั้งนี้ ภายในเวลาเพียงครึ่งปี คุณสมบัติของซาร์บีส์ผลักดันให้ยาสามารถวางขายบนชั้นของวอลล์กรีน ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ในชิคาโก โดยมีคำสั่งซื้อมากถึง 8 หมื่นขวด ภายในเวลา 10 วัน หลังจากนั้นอีก 6 เดือนต่อมา ซาร์บีก็ขึ้นแท่นสู่ชั้นวางสินค้าของห้างวอลมาร์ต ห้างค้าปลีกยอดนิยมของสหรัฐ โดยปัจจุบันซาร์บีมีวางขายในห้างค้าปลีกมากกว่า 5 หมื่นแห่งทั่วสหรัฐ

“จุดเด่นคือการเป็นยาระงับอาการไอที่ไม่มีส่วนผสมใดๆ ทางเคมี มีแต่สารจากธรรมชาติซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อเด็กแน่นอน” ไบร์ซ จอห์นสัน ประธานผู้บริหารซาร์บีส์ กล่าว ก่อนเปิดเผยว่า ยอดขายของซาร์บีส์จะทะลุ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 300 ล้านบาท) ภายในปีนี้ และบริษัทน่าจะเริ่มทำกำไรเพื่อคืนต้นทุนได้ภายในปีหน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท