
เร่งธุรกิจ‘เวียดนาม’ตื่นตัว
ลุยร่างแผนขยายธุรกิจระยะยาวพร้อมรับโอกาสหลังศก.ส่อแววฟื้น
ลุยร่างแผนขยายธุรกิจระยะยาวพร้อมรับโอกาสหลังศก.ส่อแววฟื้น
แนะรายย่อยเวียดนาม เร่งวางแผนธุรกิจระยะยาว พร้อมรับเศรษฐกิจฟื้นตัว
เจิ่นสือหลิก สมาชิกสมัชชาคณะกรรมการเศรษฐกิจแห่งชาติเวียดนาม เรียกร้องให้บรรดาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในประเทศ เร่งเตรียมแผนธุรกิจระยะยาวเพื่อสามารถปรับตัวพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น ภายหลังสภาพเศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากภาวะชะงักงัน
ภายใต้แผนธุรกิจดังกล่าว ลินห์ มองว่า ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงสภาพการดำเนินธุรกิจท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่อาจสูงถึง 67% ตลอดจนภาวะอัตราแลกเปลี่ยนที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงปลายปีนี้ พร้อมตั้งเป้าหมายความสำเร็จของธุรกิจทั้งในระยะกลางและยาวไว้ด้วย
สอดคล้องกับความเห็นของ ดินห์เตอเฮียน หัวหน้าสถาบันวิจัยด้านข้อมูลทางเศรษฐกิจ คาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจเวียดนามโดยรวมมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปีหน้า เปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับเอสเอ็มอี ให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่เดือนหน้านี้
ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจขนาดเล็กจึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพทั้งด้านการจัดการและการเงินเพื่อสามารถต่อยอดธุรกิจท่ามกลางโอกาสที่เพิ่มมากขึ้นได้ดียิ่งขึ้น
กระนั้นก็ตาม สมาชิกสมัชชาคณะกรรมการเศรษฐกิจแห่งชาติเวียดนาม ออกโรงเตือนว่า ธุรกิจรายย่อยไม่ควรพึ่งพาแหล่งเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์แต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของเอสเอ็มอีในประเทศในขณะนี้
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญในการต่อยอดธุรกิจรายย่อย เพื่อส่งเสริมให้เอสเอ็มอีสามารถลดการพึ่งพาเงินกู้จากแบงก์พาณิชย์ และสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อราคาถูกได้อย่างทั่วถึง
“การพัฒนาธุรกิจขนาดเล็ก ถือเป็นภารกิจสำคัญที่รัฐบาลจำเป็นต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากการเติบโตของเอสเอ็มอี ถือเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและลดช่องว่างระหว่างคนจนและรวยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด” เจิ่น กล่าวในระหว่างงานสัมมนาโอกาสทางธุรกิจของเอสเอ็มอีที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา







