
9 เอสอ็มอี สายพันธุ์ใหม่พลิกแนวคิด คลิกธุรกิจที่ใช่
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
การมีธุรกิจส่วนตัว คือ ความฝันของใครหลายคนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน พร้อมมองหาโอกาสเพื่อโชว์เคสธุรกิจในการสร้างฝันให้เป็นจริง ล่าสุดธนาคารกสิกรไทยเปิดเวทีผ่านรายการเรียลิตี ทีวี“KSME มีตังค์เยอะ” ซึ่งมีผู้เข้ารอบสุดท้ายในรายการจำนวน 9 คน จาก 3 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มสินค้าแฟชั่น เครื่องแต่งกาย กลุ่มธุรกิจบริการ และกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ที่จะมาเปิดตัวพร้อมกับแนวคิดการทำธุรกิจของตัวเอง ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ทุกวันจันทร์ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์
กลุ่มแฟชั่นสร้างฝันปั้นแบรนด์
สถาพร คงคติธรรม เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น ภายใต้แบรนด์ Daisy Bell วัย 30 ปี เล่าถึงที่มาธุรกิจเริ่มต้นมาตั้งแต่ 5 เดือนก่อน จากความสนใจในด้านการออกแบบกราฟฟิก ดีไซน์ ของคนใกล้ตัว บวกกับความรู้ด้านการตลาดที่ติดตัวจากงานประจำที่เคยทำมาก่อนหน้า เลยตัดสินใจหันมาทำธุรกิจเป็นของตัวเองและเปิดตัวสินค้าคอลเลกชันแรก คือ Daisy Garden
สำหรับจุดเด่นแบรนด์เดซี เบลล์ จะใช้ความอ่อนหวานทั้งการออกแบบ สี และคัตติง ที่สะท้อนความสวยใสและไร้เดียงสา แต่ขณะเดียวกันแพตเทิร์นของเสื้อผ้าก็จะเข้ามาช่วยอำพรางจุดด้อยของรูปร่างผู้สวมใส่ไปด้วยพร้อมกัน โดยอิงจากสรีระจริงของผู้หญิงทั่วโลกที่มี 4 ลักษณะ คือ กล้วย แอปเปิล ลูกแพร์ และนาฬิกาทราย พร้อมวางตำแหน่งแบรนด์สินค้าเทียบระดับแฟชั่นแบรนด์หรู แต่มีราคาที่ต่ำกว่า 40% เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหญิงสาวคนรุ่นใหม่
ณัฐพร ปิ่นแก้ว เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าเด็กแบรนด์ Minitiger วัย 33 ปี กล่าวถึงไอเดียธุรกิจเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอยู่ในต่างประเทศช่วงเริ่มตั้งท้องลูกคนแรก พร้อมกับได้ครูคนแรกที่สอนเรื่องเย็บผ้าซึ่งเป็นรุ่นพี่และอาจารย์ทั้งหลายจากเว็บไซต์กูเกิลและยูทูบ จากนั้นจึงฝึกฝีมือพร้อมหัดวางแพตเทิร์นและตัดเย็บเป็นชุดเด็กออกมา ล็อตแรก 60 ตัว จากนั้นลองผิดลองถูกมาเรื่อยราว 67 เดือน ก่อนตัดสินใจลงมือทำธุรกิจเสื้อเด็กอย่างจริงจัง เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย
ขณะที่จุดเด่นเสื้อผ้าเด็ก มินิไทเกอร์ จะอยู่ที่รูปทรงและการออกแบบ ที่เข้ากับความสบายสรีระของเด็ก จับกลุ่มเป้าหมายตั้งแรกแรกเกิด 56 เดือนจนถึง 9 ขวบ วางตำแหน่งสินค้าระดับกลางบน จากราคาจำหน่ายเฉลี่ย 7001,200 บาทต่อชิ้น ที่ปัจจุบันขยายการทำตลาดไปยังต่างประเทศในญี่ปุ่นด้วย พร้อมต่อยอดแบรนด์ Minitiger ที่หวังสร้างให้เป็นคอมมูนิตี ชุมชนแลกเปลี่ยนไอเดียระหว่างคุณแม่สมัยใหม่ด้วย
ปิดท้ายด้วย ปานวาด วิชัยรักษา เจ้าของชุดว่ายน้ำแบรนด์ Pretty Queen Shop บอกว่า เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่สมัยเรียนในมหาวิทยาลัย ที่ชื่นชอบการแต่งตัวและแฟชั่นดีไซน์เป็นทุนเดิม ซึ่งหลังจากทำงานด้านการตลาดและออกอีเวนต์มาระยะหนึ่ง จึงตัดสินใจทิ้งงานประจำและหันมาทำธุรกิจที่ใช่และชอบ คือ เสื้อผ้าแฟชั่นโดยใช้เงินตั้งต้นราว 5 หมื่นบาท ซึ่งมองเห็นโอกาสในตลาดชุดว่ายน้ำในบ้านเรา ที่ปัจจุบันยังไม่มีแบรนด์จากฝีมือดีไซเนอร์ไทยที่ชัดเจนออกมา
นอกเหนือจากการทำตลาดชุดว่ายน้ำแล้ว ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างพัฒนาสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมว่ายน้ำอื่นๆ อย่างเครื่องสำอาง อุปกรณ์เสริม เครื่องประดับของตกแต่ง ภายใต้แบรนด์ Pretty Queen Shop ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างให้แบรนด์ดังกล่าวเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีความแข็งแกร่งในตลาดเซ็กเมนต์นี้







