
ทันสถานการณ์
สภาเกษตรกรอัดรัฐหั่นงบพันธุ์ข้าว
สภาเกษตรกรอัดรัฐหั่นงบพันธุ์ข้าว
นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งบประมาณของกรมการข้าวในเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าวในการพิจารณางบประมาณของสภา ถูกตัดทิ้งทั้งหมด 2,000 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวของไทย ในขณะที่โครงการรับจำนำทำให้คุณภาพข้าวไทยตกต่ำ สร้างภาระทางการเงินของประเทศ ได้เสนอให้กรมการข้าวทำโครงการขึ้นมาใหม่เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการด้านการผลิตข้าว ที่มี รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณาและของบกลางของรัฐบาลมาดำเนินการ
“การเปลี่ยนพันธุ์ข้าวเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจะเปลี่ยนได้ก็ต้องมีเงินสร้างเมล็ดพันธุ์ขึ้นมา แต่ในการพิจารณางบของสภากลับตัดเรื่องนี้ทิ้งทั้งที่เสียงจำนวนมากคือรัฐบาล ผมถามว่าเมื่อเป็นอย่างนี้อนาคตข้าวไทยแย่แน่ เพราะกระทรวงเกษตรฯตั้งเป้าเปลี่ยนพันธุ์ข้าวทั่วประเทศในสองปีข้างหน้า แต่มาโดนเตะตัดขา “ นายอุบลศักดิ์กล่าว
โดยนายอุบลศักดิ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาช่วยเหลือปัจจัยการผลิตด้านการเกษตร เมื่อวั นที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมาซึ่งมี รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ไม่อนุมัติงบประมาณให้กับกรมการข้าวที่ของบจ่ายขาด จำนวน 288 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพข้าวคุณภาพดีของชุมชน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันการผลิตข้าวของเกษตรกรในการเปิดเสรีทางการค้าอาเซียน ผลิตเมล็ดข้าวพันธุ์ดี เนื่องจากเป็นการเสนอมาขอเงินจ่ายขาด ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของการอนุมัติเงินหากอนุมัติไปจะติดคุกกันได้ ซึ่งในที่ประชุมได้เสนอให้กรมการข้าวทำโครงการดังกล่าวขึ้นใหม่เพื่อนำเสนอกขช.ไปพร้อมกัน 4,100 ตันต่อปี และพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชน 55 แห่ง ในพื้นที่ 39 จังหวัดเพื่อใช้เป็นพันธุ์ขยายในศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศ สำหรับความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวของไทยปีละ 1.1ล้านตัน
ทั้งนี้ก่อนหน้าอธิบดีกรมการข้าวได้กล่าวในงานเสวนา ตอบโจทย์ชาวนา ตอบโจทย์ประชาชน ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า กรมฯ เตรียมของบประมาณ 10,000 ล้านบาท ในการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อนำมาเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพให้ชาวนาทั่วประเทศ
ซึ่งมีข่าววงในออกมาแล้วว่ารัฐจะลดการรับจำนำเหลือเพียง 1 ครั้งต่อปีในราคา 1.5 หมื่นบาทต่อตัน ซึ่งในเรื่องนี้ครงการดังกล่าวพบว่ากรมการข้าวของบประมาณโครงการ 3 ปี(255759) จำนวน 288 ล้านบาทเป็นงบ ตั้งเป้า
เมล์ซิ่งสาย 8 พร้อมปรับปรุง
ด้านนายโอภาส เพชรมุณี ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวถึงกรณีว่า จากการรับเรื่องร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ หรือรถเมล์ พบปัญหาส่วนใหญ่มาจากการให้บริการ โดยเฉพาะการขับรถประมาทหวาดเสียว และการให้บริการที่ไม่สุภาพ ดังนั้น ขสมก.จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร พร้อมได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ในการตั้งด่านสุ่มตรวจแอลกอฮอล์ และสารเสพติดแก่พนักงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ โดยเริ่มสัปดาห์หน้า เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดปัญหาตามมาปัญหาร้องเรียนรถร่วมบริการสาย 8 ว่าแฮปปีแลนด์สะพานพุทธ ว่า ได้สั่งให้บริษัทที่ได้รับสัมปทาน 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท ไทยบัสขนส่ง บริษัท ทรัพย์ 888 และบริษัท กลุ่ม 39 ไปเร่งปรับปรุงการเดินรถ บริการ ตัวรถและอุปกรณ์ หากไม่สามารถแก้ไขได้ ขสมก.จะยกเลิกสัมปทาน เพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาวิ่งให้บริการแทน เพราะมั่นใจว่ายังมีหลายรายสนใจจะเข้ามาวิ่งให้บริการอย่างแน่นอนด้าน น.ส.ทิราภรณ์ เมธิสริยพงศ์ ตัวแทนบริษัท ไทยบัสขนส่ง กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากรถเมล์และผู้โดยสารมีจำนวนมาก จึงมีผู้ร้องเรียนเข้ามากเช่นเดียวกัน ส่วนปัญหาคนขับรถที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ที่ผ่านมามีการฝึกอบรมอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้ ทั้ง 3 บริษัท จะร่วมกันจัดอบรมพนักงานและออกมาตรการควบคุมคนขับรถให้เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยอาจร่วมมือกรมการขนส่งทางบก เช่น การถอนใบอนุญาตขับรถสาธารณะ เพื่อไม่ให้คนขับรถที่ถูกไล่ออกไปขับรถโดยสารอื่นได้อีก
จัดแถวโรงงานสุราชุมชน
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า เตรียมออกกฎกระทรวงฉบับใหม่ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาและอนุญาตโรงงานสุรา เพื่อควบคุมโรงงานสุราชุมชนที่มีกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ โดยจะเร่งดำเนินการออกหลักเกณฑ์ รับฟังความคิดเห็น เพื่อประกาศใช้ภายในปี 2556 นี้ เบื้องต้นอาจแบ่งประเภทโรงงานสุราออกเป็นหลายระดับ ตามกำลังการผลิต พร้อมทั้งกำหนดระบบบำบัดน้ำทิ้ง เครื่องมือวัดคุณภาพน้ำ
ปัจจุบันกฎหมายการควบคุมโรงงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดให้โรงงานสุราต้องมีขนาดกำลังผลิตที่ 3 หมื่นลิตรต่อวัน หรือมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 200 ไร่ ทำให้โรงงานสุราขนาดเล็กหรือโรงงานสุราชุมชนไม่เข้าสู่ระบบ กรมสรรพสามิตจึงได้เข้าหารือกับ กรอ. เพราะกังวลว่าการประกอบกิจการของโรงงานสุราขนาดเล็กอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกระบวนการผลิตเน้นการปล่อยน้ำทิ้งและกลิ่น ที่ผ่านมาแม้มีผู้ร้องเรียนปัญหาเข้ามา แต่เมื่อไม่มีกฎหมายก็ไม่มีอำนาจเข้าไปแก้ปัญหา
สำหรับโรงงานสุราขนาดเล็กกว่า 300 แห่งนั้น เข้าสู่ระบบภาษีของกรมสรรพสามิตอยู่แล้ว เมื่อเข้าสู่ระบบของ กรอ. ผู้ประกอบการบางรายอาจต้องลงทุนด้านมาตรฐานเพิ่มเติม แต่เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต n







