posttoday
คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น ผู้ขายและติดตั้งสายไฟ

คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น ผู้ขายและติดตั้งสายไฟ

19 สิงหาคม 2556

บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) ภายใต้การนำของ “สมพงษ์ กังสวิวัฒน์” ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยการเรียกชำระหุ้นเพิ่มทุนจาก 250 ล้านบาท เป็น 350 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท นำหุ้น 200 ล้านหุ้น ขายต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ภายในเดือน ส.ค.นี้ ก่อนที่จะนำหุ้นเข้าซื้อขายเป็นบริษัทจดทะเบียนใน ตลท. หมวดพาณิชย์ โดยมีบริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) ภายใต้การนำของ “สมพงษ์ กังสวิวัฒน์” ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยการเรียกชำระหุ้นเพิ่มทุนจาก 250 ล้านบาท เป็น 350 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท นำหุ้น 200 ล้านหุ้น ขายต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ภายในเดือน ส.ค.นี้ ก่อนที่จะนำหุ้นเข้าซื้อขายเป็นบริษัทจดทะเบียนใน ตลท. หมวดพาณิชย์ โดยมีบริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

นักวิเคราะห์ในตลาดหลักทรัพย์ให้ราคาเป้าหมายหุ้นนี้ไว้ที่ 4.30-4.75 บาท

นักวิเคราะห์ที่ให้ราคาหุ้นละ 4.30 บาท มองว่าราคานี้อิงสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 15 เท่า โดยบริษัทเป็นผู้จัดจำหน่ายสายไฟฟ้าและผู้วางระบบโทรคมนาคมที่น่าสนใจลงทุน เพราะมีโอกาสเติบโตตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อรองรับระบบโครงข่ายของผู้ประกอบการมือถือในอนาคต และมีรายได้แข็งแกร่งจากธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า

ภายหลังการเพิ่มทุนคาดว่า CSS จะมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งด้วยอัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุนต่ำกว่า 0.15 เท่า และคาดว่าจะสามารถจ่ายปันผลจากงบการเงินปีนี้และปีหน้าได้ที่ 0.11 บาท และ 0.12 บาท ตามลำดับ

“ทุกวันนี้บริษัทมีความสามารถในการรับงานเพียง 5% หรือ 700-800 ล้านบาทเท่านั้น ธุรกิจนี้ใช้เงินทุนสูง เราจึงจำเป็นต้องนำหุ้นเข้าตลาด นอกจากนี้เพื่อต้องการลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนรวม (ดี/อี) ให้ต่ำลงด้วย จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.8 เท่า ซึ่งหลังขายไอพีโอจะลดลงมาเหลือน้อยกว่า 2 เท่า” สมพงษ์ กล่าว

การมี ดี/อี สูงเป็นปกติของธุรกิจซื้อมาขายไป เพราะต้องใช้เงินทุนหมุนเวียน ขณะที่รอบของเครดิตกับลูกค้าใช้เวลา 90 วัน จึงจำเป็นต้องกู้เงิน และธนาคารเจ้าหนี้ไม่ต้องการให้ ดี/อี สูงเกิน 3 เท่าด้วย จึงทำให้บริษัทตัดสินใจระดมทุนผ่านตลาดทุน

อย่างไรก็ตาม เมื่อ ดี/อี ลดก็ทำให้ความสามารถในการกู้ได้อีก และกู้เพื่อมาสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ซึ่งเชื่อว่าในปีหน้าจะเป็นปีที่บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด หลังมีเงินทุนมากพอรุกธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าธุรกิจซื้อมาขายไปที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัทในขณะนี้

“สมพงษ์” กล่าวว่า การระดมเงินก็เพื่อมาใช้เป็นทุนหมุนเวียนและลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะช่วง 3 ปีนี้จะมีการลงทุนในระบบ 3จี กว่า 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทจะได้งานที่เกี่ยวข้องกับเสาสัญญาณมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 2 หมื่นล้านบาท

นักวิเคราะห์ที่ให้ราคาหุ้นละ 4.75 บาท ให้ความเห็นว่า ให้กำไรต่อหุ้นปีนี้ที่ 0.28 บาท คิดเป็น พี/อี 17 เท่า (ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักกลุ่มพาณิชย์กับหุ้นบริษัท จรุงไทย ไวร์ แอนด์ เคเบิ้ล (CTW) และกลุ่มผู้ประกอบการวางระบบโทรคมนาคมใน ตลท.) โดยระดับดังกล่าวคิดเป็นราคาต่อการเติบโตของกำไรที่ 0.64 เท่า เทียบกับการเติบโตกำไรสุทธิที่ 26.5% ใน 2 ปีข้างหน้า

CSS มีรายได้จากการขายสายไฟในสัดส่วนกว่า 65% ที่เหลือก็เป็นสินค้าอื่นๆ ซึ่งการที่ขายสายไฟก็มีความเสี่ยงจากราคาทองแดงที่ผันผวน แม้ว่าขณะนี้ราคาได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดแล้ว

“สมพงษ์” กล่าวว่า นับตั้งแต่ทำธุรกิจมารายได้จากยอดขายทุกปีเฉลี่ยปีละกว่า 29% แต่ปีนี้จะเติบโตน้อยกว่าทุกปี โดยคาดว่าจะเติบโตประมาณ 20% เพราะงานก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด และผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของบริษัท

“บริษัทมีจุดเด่นที่มีระบบสต๊อกและระบบขนส่งที่ดี โดยมีลูกค้าจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ หรือหน่วยงานราชการ ซึ่งไม่ต้องเก็บสายไฟ เพราะบริษัทมีบริการหลังการขายรับเก็บสินค้าไว้ให้ในคลังสินค้าของบริษัท แค่ซื้อสินค้าเพียง 2 แสนบาท เราก็จะส่งของไปให้ถึงที่ จะใช้เท่าไรก็สั่งเท่านั้น” สมพงษ์ กล่าว

ปี 2555 ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 2,570 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 158 ล้านบาท โดยไตรมาสแรกปีนี้มีรายได้ 667 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 44.23 ล้านบาท

สถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย คาดว่าความต้องการของภาคการก่อสร้างภายในประเทศยังมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2556 เป็นสัญญาณสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการสินค้าของธุรกิจจัดจำหน่ายของ CSS จะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันหลังการประมูลคลื่นความถี่ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตทั้ง 3 ราย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ได้เตรียมงบลงทุนในช่วง 3 ปีรวมกันราว 1.25 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินการวางโครงข่ายให้ครอบคลุมประชากร 80% ภายในระยะเวลา 4 ปี ตามหลักเกณฑ์ของใบอนุญาต

นับว่าเป็นอีกหนึ่งโอกาสการเติบโตของ CSS ที่พร้อมให้บริการกับผู้ประกอบการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ