posttoday
จะลดหนี้พร้อมกับออมเงินในเวลาเดียวกันได้อย่างไร

จะลดหนี้พร้อมกับออมเงินในเวลาเดียวกันได้อย่างไร

19 สิงหาคม 2556

ตอนที่ผมเป็นเด็ก ผมถูกสอนมาว่า การเป็นหนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดี และการออมเงินเป็นสิ่งที่ดี ปัจจุบันผมแก่ขึ้นแล้ว แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าคำสอนดังกล่าวจะใช้ได้กับคนทั่วไปหรือไม่ มีหลายคนที่ไม่สามารถจ่ายเงินสดสำหรับซื้อสิ่งของจำเป็นที่มีมูลค่าสูง อาทิ บ้านพัก หรือรถยนต์ ผมมองว่าธนาคารมีอยู่เพื่อเหตุผลดังกล่าว กล่าวคือ ยืมก่อน และจ่ายคืนภายใน 20 ปี สำหรับที่พักอาศัย หรือจ่ายคืนในระยะที่สั้นกว่า หรือประมาณ 5 ปี สำหรับการซื้อรถยนต์ เงินกู้สำหรับซื้อที่พักอาศัย กับเงินกู้สำหรับซื้อรถยนต์ มีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 63 และ 23 ตามลำดับ ของมูลค่าหนี้ครัวเรือนทั้งหมด สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิต ความท้าทายคือการเรียนรู้ว่าหนี้สินอันไหนมีความจำเป็น และหนี้สินอันไหนไม่มีความจำเป็น พร้อมกับการบริหารเงินที่กู้มาให้เหมาะสม

ตอนที่ผมเป็นเด็ก ผมถูกสอนมาว่า การเป็นหนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดี และการออมเงินเป็นสิ่งที่ดี ปัจจุบันผมแก่ขึ้นแล้ว แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าคำสอนดังกล่าวจะใช้ได้กับคนทั่วไปหรือไม่ มีหลายคนที่ไม่สามารถจ่ายเงินสดสำหรับซื้อสิ่งของจำเป็นที่มีมูลค่าสูง อาทิ บ้านพัก หรือรถยนต์ ผมมองว่าธนาคารมีอยู่เพื่อเหตุผลดังกล่าว กล่าวคือ ยืมก่อน และจ่ายคืนภายใน 20 ปี สำหรับที่พักอาศัย หรือจ่ายคืนในระยะที่สั้นกว่า หรือประมาณ 5 ปี สำหรับการซื้อรถยนต์ เงินกู้สำหรับซื้อที่พักอาศัย กับเงินกู้สำหรับซื้อรถยนต์ มีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 63 และ 23 ตามลำดับ ของมูลค่าหนี้ครัวเรือนทั้งหมด สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิต ความท้าทายคือการเรียนรู้ว่าหนี้สินอันไหนมีความจำเป็น และหนี้สินอันไหนไม่มีความจำเป็น พร้อมกับการบริหารเงินที่กู้มาให้เหมาะสม

จุดเริ่มต้นที่ดีก่อนที่จะไปยื่นกู้เงินสำหรับบ้านหรือรถยนต์ คือ ต้องคำนวณว่าคุณสามารถซื้อของราคาแพงอย่างนี้ได้หรือไม่ มาตรฐานของความสามารถในการซื้อที่ธนาคารทั่วไปใช้อยู่ คือ สัดส่วนอัตราหนี้ที่ต้องจ่ายทั้งหมด (Total Debt Service Ratio TDS) สัดส่วน TDS จะเปรียบเทียบอัตราการผ่อนชำระหนี้รายเดือน ภาษีที่ดิน/ภาษีโรงเรือน และอัตราผ่อนชำระหนี้อื่นๆ กับรายได้รวมของคุณ สถานการณ์ที่ดีที่สุด คือ อัตราการผ่อนชำระหนี้รายเดือน ซึ่งจะรวมถึงเงินกู้ซื้อที่พักอาศัย รถยนต์ และหนี้บัตรเครดิต ไม่ควรเกินร้อยละ 36 ของรายได้รวมต่อเดือนของคุณ ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ธนาคารจะใช้ในการพิจารณาสถานะเครดิตของผู้ที่ยื่นขอกู้เงิน

ธนาคารบางแห่งจะปล่อยให้มีสัดส่วน TDS สูงถึงร้อยละ 44 แต่เพดานที่ธนาคารส่วนมากจะใช้คือร้อยละ 40 หากสัดส่วน TDS ของคุณอยู่ที่ประมาณร้อยละ 4050 ความสามารถที่คุณจะซื้อบ้านหลังดังกล่าวอาจจะเป็นไปได้ยากขึ้น ถึงแม้ว่ายังมีความเป็นไปได้อยู่ แต่ความสามารถที่คุณจะซื้อหรือใช้จ่ายกับสิ่งอื่นๆ โดยไม่ก่อหนี้เพิ่มคงเป็นไปได้ยาก คะแนน TDS ที่สูงกว่าร้อยละ 50 หมายความว่า คุณจะต้องมีเงินดาวน์ที่มากขึ้น ก่อนที่จะซื้อบ้านพักได้

สำหรับคนที่ประสงค์จะกู้เงินและออมเงินในเวลาเดียวกัน คุณสามารถทำได้โดยเพิ่มปัจจัยการออมเข้าไปในสัดส่วน TDS ของคุณ ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวมีชื่อว่าสัดส่วนอัตราหนี้และอัตราออมรวม (Total Debt Service and Saving Ratio TDSS) ในทางปฏิบัติ เราทุกคนควรจะตั้งเป้าออมเงินไว้ที่ร้อยละ 10 โดยจัดให้มีการแยกฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีลงทุนโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ได้รับเงินเดือน หากคุณสามารถทำให้สัดส่วน TDSS อยู่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ก็ถือว่าคุณทำได้ดีแล้ว เพราะคุณได้เผื่อเงินไว้สำหรับการออม และเงินเพื่อใช้ในการผ่อนหนี้ต่างๆ

ถึงแม้ว่าทุกคนไม่ต้องการมีหนี้ แต่การผ่อนชำระหนี้บ้านพักและรถยนต์อาจไม่ใช่เป็นวิธีที่เริ่มต้นที่เหมาะสม สิ่งแรกที่คุณควรจะทำคือ จัดตั้งกองทุนเพื่อออมเงินไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน (Rainy Day Fund) ซึ่งกองทุนดังกล่าวควรจะมีมูลค่าเท่ากับค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นคุณถึงจะสามารถเริ่มคำนึงถึงการปลดหนี้ต่างๆ คุณควรจะเริ่มจากการปลดหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้ส่วนบุคคล เนื่องจากหนี้ทั้งสองแบบมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินกู้สำหรับที่พักอาศัย นอกจากนี้สามารถนำดอกเบี้ยที่เกิดจากหนี้เงินกู้สำหรับที่พักอาศัยไปหักภาษีได้

เมื่อคุณมีกองทุนเพื่อยามฉุกเฉิน และได้ปลดหนี้ก้อนที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงแล้ว ก็จะถึงเวลาที่คุณจะต้องดำเนินการปลดหนี้สำหรับที่พักอาศัย คุณจะต้องตรวจสอบว่า การชำระหนี้ก่อนกำหนดจะไม่แพงกว่าเงินที่คุณจะประหยัดได้ เนื่องจากบางสัญญาเงินกู้จะมีค่าปรับสำหรับการชำระหนี้ก่อนกำหนด สัญญาเงินกู้สำหรับที่พักอาศัย ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ และไม่มีค่าปรับในกรณีที่ชำระหนี้ก่อนกำหนด เป็นสิ่งที่หาได้ยาก อย่างไรก็ตาม ธนาคารส่วนมากจะอนุญาตให้คุณชำระหนี้ก่อนกำหนดถึงร้อยละ 10 ของเงินที่ต้องชำระทั้งหมดต่อปี

เพื่อจะให้คุ้มค่า การนำเงินไปลงทุนแทนที่จะนำเงินไปปลดหนี้ คุณจะต้องได้ผลตอบแทนจากเงินลงทุนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่คุณต้องจ่ายสำหรับเงินกู้ดังกล่าว ซึ่งสิ่งดังกล่าวทำได้ไม่ง่ายนักในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาวะที่มีดอกเบี้ยต่ำและตลาดหลักทรัพย์มีความไม่แน่นอนสูง

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท