
เปิดใจ"ฐิติวุฒิ์ บุลสุข"ขับเคลื่อนเสริมสุขโกออินเตอร์
หลังจากที่เสริมสุขได้ผลัดใบและตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของ “เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี” โดยเริ่มจุดพลุทำตลาดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2555
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
หลังจากที่เสริมสุขได้ผลัดใบและตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของ “เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี” โดยเริ่มจุดพลุทำตลาดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2555 หลังจากจบสัญญาทางเป๊ปซี่ โค กระทั่งปัจจุบันเสริมสุขกำลังลบประวัติศาสตร์ 59 ปี โดยมีขุนพล “ฐิติวุฒิ์ บุลสุข” เตรียมขับเคลื่อนธุรกิจสยายปีกสู่ตลาดต่างประเทศ
ฐิติวุฒิ์ บุลสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมเอส กล่าวว่า ภายหลังจากเสริมสุขอยู่ภายใต้ร่มเงาไทยเบฟฯ ของ เจริญ สิริวัฒนภักดี ผ่านมา 2 ปี สำหรับการทำงานนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2554 ความรับผิดชอบการทำงานมีหลายมิติ ทั้งในเชิงของธุรกิจ เป้าหมาย ยอดขาย และรวมถึงผลกำไร
สำหรับการทำงานอยู่ใต้ไทยเบฟฯ มีความคิดอิสระได้เต็มที่ เพราะไม่มีกรอบ ขณะที่การขับเคลื่อนทิศทางเสริมสุขข้างหน้าต้องมองถึงทีมเวิร์ก ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง แต่ยอมรับว่าคิดเยอะขึ้น เพราะหลุดจากความเคยชินเดิมเหมือนลับมีดลับหัวสมองตลอดเวลา
ในฐานะขุนพลของเสริมสุข บทบาทหน้าที่ในช่วงการก่อร่างสร้างรากฐานของเสริมสุขให้แข็งแกร่ง ได้กำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนขององค์กร โดยมุ่งสร้าง 4 ขาธุรกิจให้แข็งแกร่ง ได้แก่ 1.ขาธุรกิจน้ำอัดลม การปลุกปั้นแบรนด์เอส 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำดื่มคริสตัล 3.กลุ่มเครื่องดื่มแบบไม่อัดลม ที่จะมีพันธมิตรธุรกิจใหม่ๆ อาทิ โออิชิขวดคืน เครื่องดื่มชูกำลังแรงเยอร์ และขาธุรกิจที่ 4.การรับบทบาทเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
ทั้งนี้ ได้วางแผนงานในระยะ 2-3 ปีจากนี้จะมุ่งสร้าง 4 ขาธุรกิจนี้เป็นหลัก และไม่มีแผนที่จะขยายเครื่องดื่มตัวใหม่เพิ่มเติม
“ผมทำงานอยู่ในเสริมสุขมา 20 ปี เริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2536 ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำงาน 6 วันถือว่าเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ยังพยายามจัดเวลาเกือบทุกสัปดาห์เพื่อออกไปสำรวจตลาด การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค คู่ค้า รวมถึงคู่แข่ง เพื่อนำมาประเมินสภาพตลาด” ฐิติวุฒิ์ กล่าว
หัวใจสำคัญที่ทำให้เสริมสุขเผชิญกับความท้าทายจากการซื้อกิจการจากเป๊ปซี่ โค มาได้ กระทั่งต้องมาปลุกปั้นน้ำอัดลมเอส จนกลายเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่มาแรง 8 เดือน มีส่วนแบ่ง 15% หรือมีรายได้ 5,000 ล้านบาท มาจากแนวคิดที่เมื่อทำอะไรต้องเข้าใจในสิ่งที่เราประสบอยู่ว่ามีปัญหาอย่างไรบ้าง ต้องตีโจทย์ให้แตกก่อน อะไรที่ไม่ตรงเป้าหมาย ต้องปรับให้ตรงเป้า
ฐิติวุฒิ์ กล่าวว่า ตอนนี้เหมือนฟ้าเปิดแล้ว สำหรับการปลุกปั้น 4 ขาของเสริมสุข เพราะพื้นที่ไม่ได้จำกัดการขยายอาณาจักรเพียงแค่ในประเทศเท่านั้น จากที่ผ่านมา 59 ปีของเสริมสุข จำกัดแค่การทำตลาดในไทย ขณะนี้เสริมสุขเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดฉากบุก โดยเป้าหมายแรกจะมุ่งไปที่ตลาดเอเชียก่อน ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาจัดทัพเปิดตลาดในอินโดจีนนำร่อง
สมรภูมิรบตลาดเครื่องดื่มในภูมิภาคอาเซียน เครื่องดื่มน้ำอัดลม และน้ำดื่ม ถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มาก เพราะเป็นเครื่องดื่มพื้นฐานที่ทุกคนต้องดื่มเพื่อความสดชื่น ดับกระหาย แต่ยอมรับว่าการเข้าไปทำตลาดต้องทำการบ้านเพิ่มขึ้นอีกมาก เพราะแม้ว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคในอาเซียนจะคล้ายกับคนไทย ในความเหมือนก็ยังมีความแตกต่าง
ในอนาคตเสริมสุขคงไม่มองแค่ตลาดเอเชีย แต่ก็ยังไม่ได้วางเป้าหมายถึงการจะก้าวสู่เอเชียนแบรนด์ หรือรีจินัลแบรนด์ในอีกกี่ปี เพราะขณะนี้เสริมสุขกำลังอยู่ในช่วงของการเดินทางครั้งใหม่ โดยมีแรงจูงใจเชื่อว่าต้องทำได้ ด้วยการมีไอเดียที่สร้างสรรค์เพื่อทำให้บรรลุเป้าหมาย และการทำตลาดต่างประเทศจะเป็นอีกก้าวสำคัญของเสริมสุขที่ต้องจับตามองนับจากนี้







