
gLiK{db0vulkosf9k,dki[ibF48
ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาส 2 ปี 2556 ว่า ชะลอตัวลงจากไตรมาสแรกเล็กน้อย เกิดจากรายได้เกษตรกรลดลง แรงสนับสนุนในการใช้จ่ายจากนโยบายภาครัฐสิ้นสุดลง สะท้อนจากการค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคชะลอลง
ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รายงานภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาส 2 ปี 2556 ว่า ชะลอตัวลงจากไตรมาสแรกเล็กน้อย เกิดจากรายได้เกษตรกรลดลง แรงสนับสนุนในการใช้จ่ายจากนโยบายภาครัฐสิ้นสุดลง สะท้อนจากการค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคชะลอลง
ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.5% แต่ชะลอลงจากไตรมาสแรกที่เพิ่มขึ้น 3.6% เป็นผลจากภาคครัวเรือนเริ่มมีภาระหนี้สูงขึ้น ทำให้ระมัดระวังการใช้จ่ายและแรงสนับสนุนการใช้จ่ายจากมาตรการของภาครัฐสิ้นสุด
นอกจากนี้ สถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคมากขึ้น สะท้อนจากการชะลอตัวของการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและการจดทะเบียนรถยนต์สอดคล้องกับภาคการค้า โดยดัชนีการค้าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8% แต่ชะลอลงจากไตรมาสแรกทั้งการค้าปลีกและค้าส่ง โดยเฉพาะการค้าปลีกรถยนต์ที่ชะลอลงจากที่เร่งตัวในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากผู้จำหน่ายรถยนต์ได้ทยอยส่งมอบรถยนต์ตามโครงการรถคันแรกเป็นจำนวนมากแล้ว
สำหรับการค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคและวัสดุก่อสร้างชะลอลงตามกำลังซื้อของภาคครัวเรือน สำหรับการค้าส่งชะลอลงตามการค้าส่งวัตถุดิบเกษตร ขณะเดียวกันการลงทุนของภาคเอกชนชะลอลงจากการพักฐานชั่วคราว เพื่อรอดูแนวโน้มทางธุรกิจในระยะต่อไป
ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.9% แต่ชะลอลงจากไตรมาสแรกตามการก่อสร้างนอกเขตเทศบาล สะท้อนจากยอดขายวัสดุก่อสร้างที่ชะลอลง ขณะที่พื้นที่ก่อสร้างในเขตเทศบาลกลับเร่งตัวขึ้น เนื่องจากมีการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะการขยายพื้นที่ห้างโรบินสันใน จ.สกลนคร และอาคารชุดในขอนแก่น
อย่างไรก็ตาม ความสนใจลงทุนในระยะสั้นยังอยู่ในเกณฑ์ดี ในกิจการด้านพลังงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะใน จ.นครราชสีมา ขอนแก่น และบุรีรัมย์ ขณะที่แรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายจากภาครัฐยังคงมีอยู่ โดยการใช้จ่ายของภาครัฐกลับมาขยายตัวหลังจากที่ลดลงในไตรมาสแรก โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11% ตามการขยายตัวของรายจ่ายประจำ โดยส่วนใหญ่เป็นเบี้ยยังชีพสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ
ขณะที่รายจ่ายลงทุนชะลอลง สำหรับส่วนราชการที่มีการเบิกจ่ายเพิ่มขึ้น ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคเกษตร ดัชนีมูลค่าผลผลิตพืชสำคัญลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.5% เป็นผลจากดัชนีผลผลิตพืชสำคัญลดลง 4.1% เนื่องจากผลผลิตข้าวลดลงจากปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงในช่วงเพาะปลูก ขณะที่ยางพาราเพิ่มขึ้นตามพื้นที่กรีดที่ทยอยให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง และมันสำปะหลังมีผลผลิตเพิ่มขึ้น
เนื่องจากราคาอยู่ในเกณฑ์ดีจูงใจให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น สำหรับดัชนีราคาพืชสำคัญเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.6% และขยายตัวจากไตรมาสแรกตามราคามันสำปะหลัง ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาวที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากผลผลิตในตลาดมีจำกัด
การผลิตภาคอุตสาหกรรมดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.4% ตามการลดลงของการผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากสินค้าคงเหลือยังมีอยู่ในระดับสูง ประกอบกับโรงงานมีการปิดซ่อมบำรุงเครื่องจักรบางสายการผลิต
สำหรับการผลิตอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชะลอลง ตามความต้องการจากต่างประเทศที่ชะลอลง
ทางด้านภาคบริการอัตราการเข้าพักแรมอยู่ที่ 45.2% ชะลอลงจากไตรมาสแรกที่มีอัตราการเข้าพักแรมอยู่ที่ 48.4% ภาคการเงิน ธนาคารพาณิชย์ มีเงินฝากคงค้าง 595.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.6% แต่ชะลอลงจากไตรมาสแรก จากเงินฝากประจำเป็นสำคัญ ด้านเงินให้สินเชื่อคงค้าง 721.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 23.7% แต่ชะลอลงบ้างจากสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคยกเว้นสินเชื่อขายปลีกขายส่ง สินเชื่อเพื่ออุตสาหกรรมและสินเชื่อเพื่อการก่อสร้าง สะท้อนบรรยากาศในการลงทุนของภาครัฐและเอกชน สำหรับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ทั้งเงินฝากคงค้างและเงินให้สินเชื่อคงค้างยังขยายตัว โดยเฉพาะสินเชื่อตามโครงการของภาครัฐ
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.85% ชะลอลงจากไตรมาสแรกตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้าในเคหสถาน ราคาอาหารสำเร็จรูปบริโภคในบ้านและผลไม้สด ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.33% ชะลอตัวจากไตรมาสก่อน ขณะที่อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ







