
เคลมพุ่งจ่อขึ้นเบี้ยประกันรถ
กรุงเทพฯแจงอั้นไม่ไหวค่าสินไหมพุ่ง60% รถใหม่ชนสนั่นค่าแรงงานช่างเพิ่ม
กรุงเทพฯแจงอั้นไม่ไหวค่าสินไหมพุ่ง60% รถใหม่ชนสนั่นค่าแรงงานช่างเพิ่ม
ค่าสินไหมรถยนต์พุ่งไม่หยุด กรุงเทพประกันภัยเล็งขยับเบี้ย
นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า ทางบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้จำเป็นต้องมีการปรับค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้นหรือไม่ เนื่องจากในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา อัตราค่าสินไหมต่อเบี้ยประกันภัยได้เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 59.7% แล้ว จากช่วง 4 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 55% และคาดว่าอัตราค่าสินไหมทดแทนจะเพิ่มขึ้นได้อีก 12% หรือจะขึ้นไปอยู่ประมาณ 62% ซึ่งตามกฎของการดำรงเงินกองทุนไม่สามารถที่จะทำธุรกิจขาดทุนได้ เพราะจะกระทบกับเงินกองทุนทันที
นายพนัส ชี้แจงว่า อัตราค่าสินไหมต่อเบี้ยประกันภัยที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจาก รถใหม่ที่เข้าสู่ตลาดส่วนใหญ่เป็นรถเล็ก ผู้ขับขี่มีประสบการณ์น้อย ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ค่าใช้จ่ายด้านสินไหมที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถ ค่าแรง 300 บาท และจำนวนอู่ที่ยังมีไม่เพียงพอกับจำนวนรถที่ต้องการซ่อม ทำให้ค่าซ่อมปรับตัวสูงขึ้นและคงเป็นอย่างนี้ไปอีกอย่างน้อยถึงสิ้นปีนี้
“เราปรับขึ้นเบี้ยล่าสุดไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าสุดท้ายแล้วจำเป็นต้องขึ้นเบี้ยอีกหรือไม่ โดยจะใช้วิธีแก้ปัญหาต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ด้วยการบริหารจัดการภายในก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคัดเลือกภัย คัดเลือกลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือการเน้นทำตลาดไปที่รถยนต์ขนาดกลางขึ้นไปแทน ไม่เน้นรถยนต์ขนาดเล็ก เพื่อให้เราสามารถคุมค่าใช้จ่ายได้ โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นค่าเบี้ยกับลูกค้า” นายพนัส กล่าว
ทั้งนี้ ในปัจจุบันราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจชั้น 1 ของบริษัทกรุงเทพประกันภัยในตลาด สำหรับซื้อผ่านออนไลน์รถอายุ 16 ปี ทุนประกัน 2 แสนบาท ราคาเบี้ยอยู่ประมาณ 8,600 บาทต่อปี หากจ่ายค่าสินไหมทดแทน 59.7% จะเป็นเงิน 5,160 บาท เหลือ 3,440 บาท ซึ่งจะต้องค่าใช้จ่ายส่วนของค่านายหน้าตามกฎหมาย 18% และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอีก
นายพนัส กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทยังคงเน้นทำตลาดรายย่อยผ่านช่องทางต่างๆ เป็นหลัก โดยยังเน้นรายได้หลักมาจากประกันภัยรถยนต์และประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิด ซึ่งคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้จะได้เบี้ยตามเป้าที่ 1.53 หมื่นล้านบาท เติบโต 16%
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 3,584 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและมีกำไรสุทธิจากการรับประกันภัย 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122% มีรายได้สุทธิจากการลงทุน 433 ล้านบาท ลดลง 60%โดยมีกำไรสุทธิ 526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการยังได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 2.75 บาท
นายพนัส กล่าวว่า ส่วน ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 7,816 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิจากการรับประกันภัย 258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 118% มีรายได้สุทธิจากการลงทุน 839 ล้านบาท ลดลง 51% โดยมีกำไรสุทธิ 915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 231%







