
ตายแบบไหนดี
เมื่อไม่กี่วันมานี้ เวียดนามเพิ่งลงโทษประหารชีวิตนักโทษด้วยวิธีฉีดยาพิษเป็นรายแรก เหงวียน แอ็ง ตวน ที่ถูกพิพากษาความผิดคดีฆาตกรรม เป็นนักโทษคนแรกที่ตายด้วยยาพิษแทนที่จะถูกยิงเป้าเหมือนที่ผ่านๆ มา
เมื่อไม่กี่วันมานี้ เวียดนามเพิ่งลงโทษประหารชีวิตนักโทษด้วยวิธีฉีดยาพิษเป็นรายแรก เหงวียน แอ็ง ตวน ที่ถูกพิพากษาความผิดคดีฆาตกรรม เป็นนักโทษคนแรกที่ตายด้วยยาพิษแทนที่จะถูกยิงเป้าเหมือนที่ผ่านๆ มา
เวียดนามเปลี่ยนการประหารชีวิตจากการยิงเป้ามาเป็นฉีดยาพิษ ตั้งแต่เมื่อปี 2554 เพราะเหตุผลเรื่องมนุษยธรรม แต่ต้องระงับโทษประหารไว้เป็นเวลา 2 ปี หลังติดปัญหาเรื่องขาดแคลนสารเคมีที่ใช้ฉีดปลิดวิญญาณ เนื่องจากสหภาพยุโรป (อียู) สั่งห้ามผู้ผลิตในยุโรปส่งออกตัวยาที่ใช้ในการประหารชีวิต เนื่องจากอียูรณรงค์ให้ทั่วโลกยกเลิกโทษประหาร
ขณะเดียวกัน เวียดนามก็ไม่สามารถผลิตสารเคมีชนิดนี้ได้เอง และไม่มีข้อมูลว่าเวียดนามใช้สารเคมีจากไหนในการประหารชีวิตนักโทษรายแรกนี้
ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้หน่วยงานของเวียดนามมีแนวคิดจะกลับมาใช้วิธีประหารแบบยิงเป้าเหมือนในอดีต เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนยาพิษ แถมจำนวนนักโทษที่ถูกตัดสินประหารชีวิตก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
โดยล่าสุดมีรายงานข่าวว่า กระทรวงความมั่นคงสาธารณะที่รับผิดชอบเรื่องนี้กำลังขออนุมัติที่จะกลับมาใช้การยิงเป้า ในระหว่างรอการผลิตสารเคมีสำหรับใช้ประหาร ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเวียดนามจะเริ่มผลิตสารเคมีดังกล่าวได้เมื่อใด ระหว่างนี้จึงจำเป็นต้องใช้กระสุนปลิดชีพนักโทษไปก่อน เพราะมีจำนวนนักโทษประหารรอคิวลงทัณฑ์แน่นคุกขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันเวียดนามมีนักโทษรอประหารอยู่ 568 คน
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเวียดนามได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขนำเข้าสารเคมีสำหรับใช้พรากวิญญาณนักโทษ แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะติดข้อห้ามของอียู จากนั้นก็สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขจัดหาสารเคมีต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยสารเคมีสำหรับหยุดการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ ทว่าก็ยังไม่สามารถทำได้ตามเป้า
เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาขึ้นมา เพราะจำนวนนักโทษประหารที่รอคิวตายเพิ่มขึ้น ขณะที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายยังไม่สามารถตัดสินใจใดๆ ได้ในตอนนี้ ต้องรอจนกว่าจะมีการประชุมในเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้
บทลงโทษของเวียดนามขั้นประหารชีวิตครอบคลุมอาชญากรรม 29 ประเภท ตั้งแต่ฆาตกรรม ก่อการร้าย จนถึงรับสินบนตั้งแต่ 300 ล้านด่อง (14,300 เหรียญสหรัฐ) ขึ้นไป แต่นักโทษที่ถูกประหารชีวิตส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผลิต ลักลอบขนเฮโรอีนหรือโคเคนตั้งแต่ 100 กรัมขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม กระบวนการผลิตสารเคมีสำหรับใช้เองเริ่มคืบหน้าไปบ้าง เพราะประสบความสำเร็จในการทดลองกับสัตว์ รวมถึงอาจนำเข้าสารเคมีจากไทย ซึ่งเปลี่ยนมาใช้วิธีประหารชีวิตแบบฉีดยาพิษเช่นกัน
ฟาม ก๊อก แอ็ง ประธานสมาคมทนายความเวียดนาม มองว่า การปล่อยให้นักโทษรอวันประหารยาวนานจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันมากขึ้น และทำให้การบริหารจัดการในเรือนจำทำได้ยากขึ้นด้วย
องค์กรนิรโทษกรรมสากลเรียกร้องผ่านเว็บไซต์ให้เวียดนามระงับแผนประหารชีวิต เพราะเป็นเรื่องทารุณและละเมิดสิทธิ
จากข้อมูลขององค์กรนิรโทษกรรมสากลพบว่า ในปีที่แล้วมีนักโทษถูกประหารชีวิต 38 รายในเอเชียแปซิฟิก ทั้งในอัฟกานิสถาน บังกลาเทศ ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ และไต้หวัน ยังไม่รวมที่เกิดขึ้นในจีน ซึ่งคาดว่าจะมีนับพันราย แต่ทางการจีนไม่เปิดเผยตัวเลขดังกล่าว







