
ดอกต่ำทำเงินฝากหด
ลูกค้าถอนออกไปลงซื้อกองทุนหุ้นแบงก์แห่ออกผลิตภัณฑ์ใหม่รับมือ
ลูกค้าถอนออกไปลงซื้อกองทุนหุ้นแบงก์แห่ออกผลิตภัณฑ์ใหม่รับมือ
แบงก์ปรับกลยุทธ์รับมือเงินฝากทยอยไหลออกจากธนาคารพาณิชย์ ลูกค้าหันซื้อกองทุนและหุ้นแทน
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า หากตลาดหุ้นมีความผันผวนและเงินฝากยังได้รับผลตอบแทนต่ำเปรียบเทียบแล้วแพ้อัตราเงินเฟ้อ ก็จะยิ่งทำให้การลงทุนในกองทุนต่างๆ ได้รับความสนใจมากขึ้น ขณะที่กลยุทธ์ทางด้านสินเชื่อของแต่ละธนาคารก็จะสอดรับกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ หากตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตสินเชื่อไม่สูงมาก ความจำเป็นในการแข่งขันเงินฝากดอกเบี้ยสูงก็จะน้อยลง ผู้ลงทุนก็หันไปลงทุนในกองทุนได้
ด้านนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ในปีนี้ลูกค้าของธนาคารเริ่มกระจายการลงทุนไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น เช่น กองทุน หรือหุ้นกู้มากขึ้น ทำให้มูลค่าการลงทุนในเงินฝากลดลงมาเหลือ 1 ใน 3 ของมูลค่าการลงทุนรวมของลูกค้า
ทั้งนี้ ธนาคารก็ใช้บริษัทจัดการกองทุนในเครือเพื่อตอบรับลูกค้าอยู่แล้ว ล่าสุดธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ซีไอเอ็มบี ประเทศไทย ได้ร่วมลงนามกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อเข้าร่วมโครงการ BankertoBroker ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าของธนาคารสามารถลงทุนด้วยการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ผ่านสาขาทั้ง 165 แห่ง รวมทั้งช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารได้ ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ผู้ที่ออมกับธนาคารมีโอกาสเข้าถึงการลงทุนในตลาดทุนได้ด้วย ถือเป็นการก้าวไปอีกขั้น
ด้านธนาคารกสิกรไทย นายภานพ อังศุสิงห์ ผู้บริหารสายงานวาณิชธนกิจ กล่าวว่า ตามแผนธุรกิจสายวาณิชธนกิจในปีหน้า ธนาคารได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 45 กอง มูลค่าประมาณ 23 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปีนี้มีอีกกองที่อยู่ในแผนเดือน ต.ค. มูลค่า 5,0006,000 ล้านบาท แต่หากเลยเดือน ต.ค. ก็ต้องเลื่อนไปออกปีหน้า เพราะช่วงระยะเวลาจะไม่จูงใจในการซื้อเนื่องจากติดสิ้นปี
“การออกกองทุนใหม่ๆ เป็นเรื่องใหม่ของตลาดและผู้ลงทุน แต่ละกองทุนจึงเหมาะสมต่อความเสี่ยงของนักลงทุนแตกต่างกัน ซึ่งจากนี้จะมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินในด้านกองทุนใหม่ๆ มากขึ้น ฉะนั้นเรื่องบุคลากรของธนาคารที่จะให้ความรู้กับลูกค้าซึ่งต้องมีประจำสาขาธนาคาร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ธนาคารต้องให้ความสนใจ” นายภานพ กล่าว
นายสุภัค ประเมินว่า การเปิดช่องทางลงทุนใหม่ในครั้งนี้ จะทำให้ธนาคารมีรายได้จากค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามปริมาณการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า ที่คาดว่าจะมียอดราว 1,0002,000 บัญชีภายในสิ้นปีนี้ ขณะนี้ธนาคารได้แจ้งให้ผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ แนะนำการลงทุนกับกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกับธนาคารสูงกว่า 3 ล้านบาท ที่มีอยู่ 1.71.8 หมื่นรายไปแล้ว
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าการออกกองทุนใหม่ ๆ เป็นเรื่องใหม่ของตลาด และผู้ลงทุน แต่ละกองทุนจึงเหมาะสมต่อความเสี่ยงของนักลงทุนแตกต่างกัน ซึ่งจากนี้จะมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินในด้านกองทุนใหม่ ๆ มากขึ้น ฉะนั้นเรื่องบุคลากรของธนาคารที่จะให้ความรู้กับลูกค้าซึ่งต้องมีประจำสาขาธนาคารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ธนาคารต้องให้ความสนใจ
"ต่อจากนี้เรื่องพนักงานจะเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องเอาคนเก่ง ๆ เข้ามาให้ได้ เพื่อพัฒนาคนให้รวดเร็ว เพราะผลิตภัณฑ์การเงินจะเริ่มมีความแปลกใหม่มากขึ้น" นายธีรนันท์ กล่าว
นายธีรนันท์ กล่าวว่า หากตลาดหุ้นมีความผันผวน และเงินฝากยังได้รับผลตอบแทนต่ำ แพ้เงินเฟ้อ ก็จะยิ่งทำให้การลงทุนในกองทุนต่าง ๆ ได้รับความสนใจมากขึ้น ขณะที่กลยุทธ์ทางด้านสินเชื่อของแต่ละธนาคารก็จะสอดรับกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ หากตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตสินเชื่อไม่สูงมาก ความจำเป็นในการแข่งขันเงินฝากดอกเบี้ยสูงก็จะน้อยลง ผู้ลงทุนก็หันไปลงทุนในกองทุนได้
สำหรับสินเชื่อธนาคารปีนี้ที่ตั้งไว้ 911% ก็คิดว่าทำได้ตามเป้าหมาย ทำให้การแข่งขันเงินฝากไม่ต้องรุนแรงมาก







