
สอบน้ำมันรั่วชี้ท่อบกพร่อง
เคาะผลสอบน้ำมันรั่ว ชี้ท่อบกพร่อง พบไหลออก 5.4 หมื่นลิตร แนะสอบเทคนิค คาด 1 เดือนรู้เรื่อง
เคาะผลสอบน้ำมันรั่ว ชี้ท่อบกพร่อง พบไหลออก 5.4 หมื่นลิตร แนะสอบเทคนิค คาด 1 เดือนรู้เรื่อง
คุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ในฐานะประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลในทะเล เปิดเผยว่า เหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลบริเวณเกาะเสม็ด ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (พีทีทีจีซี) พบมีปริมาณน้ำมันรั่วไหล 5.43 หมื่นลิตร จากท่อน้ำมันแตก และไม่พบปัจจัยภายนอกที่ทำให้ท่อแตก หรือปัญหาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผิดพลาด จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมการด้านเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมหาสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่าท่อน้ำมันยี่ห้อที่ใช้เคยเกิดปัญหารั่วมาแล้วที่จีนและฟิลิปปินส์
คุณหญิงทองทิพ กล่าวว่า สาเหตุของท่อน้ำมันที่แตกคงต้องให้คณะกรรมการด้านเทคนิคที่จะตั้งขึ้นเข้ามาตรวจสอบ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและจัดทำแผนฟื้นฟูทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงทบทวนการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานของสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งเมื่อเกิดปัญหาเร่งด่วนในทะเล และทบทวนแผนตอบโต้สภาวะฉุกเฉินระดับจังหวัดและแผนระดับชาติ เนื่องจากยังมีช่องโหว่ และควรมีการจัดทำแผนปฏิบัติการน้ำมันเมื่อขึ้นฝั่งด้วย ไม่ใช่ซ้อมแผนเฉพาะในทะเลอย่างเดียว รวมถึงตั้งคณะกรรมการประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา จากหน่วยงานต่างๆของรัฐ เพื่อให้เกิดความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
สำหรับกรณีการแก้ไขปัญหาทันทีที่เกิดการรั่วไหล บริษัทได้ปิดระบบวาล์วจ่ายจากบนเรือภายในเวลา 20 วินาที โดยปริมาณน้ำมันดิบที่รั่วไหลออกมา คณะกรรมการได้ตั้งข้อสมมติฐานกรณีร้ายแรงสุดของท่อน้ำมันขนาด 24 นิ้ว มีปริมาณน้ำมันดิบไหลออกถึง 60% ในขณะที่ท่อน้ำมันขนาด 16 นิ้ว มีน้ำมันไหลออกทั้งหมด จะทำให้มีปริมาณน้ำมันดิบไหลลงทะเล 5.43 หมื่นลิตร
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน กล่าวหลังร่วมฟังการแถลงว่า ขณะนี้ได้สั่งระงับการใช้ท่อยี่ห้อดังกล่าวแล้ว และจะรายงานผลการสอบสวนครั้งนี้ต่อที่ประชุม ครม. อีกทั้งเพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบและหาแนวทางที่จะร่วมมือต่อมาตรการอื่นๆให้เป็นทางเดียวกันต่อไป ซึ่งรายงานนี้ได้ระบุอย่างละเอียดว่าไม่ใช่จากปัจจัยภายนอกหรือเกิดจากความผิดพลาดของคนซึ่งคงต้องไปดูเทคนิคต่อ ส่วนข้อเสนอที่ให้ซื้อเครื่องบินเห็นด้วยว่าจำเป็นอย่างน้อยคงจะต้องมี 2ลำผู้ค้าน้ำมันคงต้องไปพิจารณาร่วมกัน” นายพงษ์ศักดิ์กล่าวอกทงครั้งนี้ว่า ผลการสอบสวนยืนยันปริมาณน้ำมันดิบที่รั่วไหลลงสู่ทะเล มีจำนวน 5.43 หมื่นลิตรโดยไม่ได้เกิดจากการกระทำจากบุคคลหรือปัจจัยภายนอกแต่เกิดจากท่อรั่วซึ่งเป็นภายใน ทางพีทีทีจีซีได้ตั้งคณะทำงานด้านเทคนิคสอบสวนสาเหตุท่อที่แตก ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่านจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีนายก่อเกียรติ บุญชูกุศล เป็นประธาน ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ภายใน 1 เดือน
ด้านนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานคณะกรรมการบริษัท พีทีทีจีซี กล่าวว่า ท่อน้ำมันที่เกิดปัญหาทางพีทีทีจีซีไม่ได้เป็นผู้ที่สั่งซื้อเอง แต่เอสพีอาร์ซีเป็นผู้สั่งซื้อ ซึ่งในขณะนั้นเชฟรอนยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ก่อน ปตท.จะเข้าไปซื้อกิจการ ซึ่งเชื่อว่าเนื่องจากตามปกติการบริหารทุ่นและท่อน้ำมันจะหมุนเวียนทุก4 ปี ของ 2 โรงกลั่น ระหว่า พีทีทีจีซี กับโรงกลั่นเอสพีอาร์ซี ซึ่งท่อน้ำมันที่ใช้อยู่ทาง แต่มีมาตรฐานในการดำเนินการ โดยท่อน้ำมันที่ใช้อยู่สั่งซื้อมา 3 ปี มีการเก็บสต๊อกไว้ 1 ปี และเพิ่งจะนำมาใช้งานจริงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ อายุการใช้งานของท่อจะอยู่ที่ 10 ปี







