
กลยุทธ์จัดพอร์ตเดือน ส.ค.
ในระยะสั้นมาตรการ QE จะกลับมาสร้างความกังวลกันอีกรอบ กดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นไทยที่โดนแรงกดดันจากเรื่องการเมืองในประเทศซํ้าเข้าไป ทำให้ในระยะสั้นอาจยังไม่ดีนัก แต่มองระยะยาวยังน่าลงทุน เป็นโอกาสสะสมกองทุนหุ้น LTF และ RMF สำหรับนักลงทุนระยะยาว
ในระยะสั้นมาตรการ QE จะกลับมาสร้างความกังวลกันอีกรอบ กดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นไทยที่โดนแรงกดดันจากเรื่องการเมืองในประเทศซํ้าเข้าไป ทำให้ในระยะสั้นอาจยังไม่ดีนัก แต่มองระยะยาวยังน่าลงทุน เป็นโอกาสสะสมกองทุนหุ้น LTF และ RMF สำหรับนักลงทุนระยะยาว
ความกังวลเรื่อง QE กำลังจะหวนกลับมา
หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเดือนที่แล้วยังส่งสัญญาณบวกออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดแรงงานที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (แม้ว่าจะน้อยกว่าคาดก็ตาม) แต่อัตราการว่างงานที่ลดลงเกินกว่าคาด ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐดูดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ตัวเลขที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องระยะสั้นกลับสร้างแรงกดดันต่อ FED มากขึ้นต่อการปรับลดขนาดของมาตรการ QE ซึ่งคาดกันไว้ว่าจะเริ่มลดในเดือน ก.ย.นี้ ทำให้เรามองถึงความผันผวนที่จะกลับมาอีกครั้ง แต่หากมองให้ไกลขึ้นหลังจาก QE เริ่มลดลงแล้ว สิ่งที่ต้องกลับไปจับตาอย่างใกล้ชิดคือ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่จะออกมาต่อจากเดือน ก.ย. ซึ่งหากไม่ได้ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง เชื่อว่าราคาสินทรัพย์เสี่ยงจะกลับมาฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
การเมืองกดดัน SET Index ปรับตัวสวนทางการฟื้นตัวตลาดโลก
หลังจากเศรษฐกิจไทยร้อนแรงกันมาต่อเนื่อง เริ่มเห็นการชะลอตัวลงบ้าง และเดือน ส.ค.ยังมีการเมืองที่เคยเป็นคลื่นใต้น้ำ ตอนนี้กลับมาสร้างกระแสให้นักลงทุนได้กังวลกันเป็นระยะๆ ทำให้นักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุน ปริมาณการซื้อขายปรับตัวลดลงชัดเจน ซึ่งหากไม่มีการกระทบกระทั่งกันรุนแรงกว่าที่คาดกันไว้ เชื่อว่าสถานการณ์ของตลาดหุ้นจะเริ่มกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น เรายังเชื่อมั่นการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นไทย บริษัทจดทะเบียนไทยยังมีความแข็งแกร่ง ทำให้เรามองการปรับตัวลดลงเป็นโอกาสสะสมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวในกองทุน LTF และกองทุนหุ้น RMF
กลยุทธ์การจัดพอร์ต
Fixed Income Fund
มองเป็นจังหวะสะสมหุ้น โยกเงินจากกองทุนตลาดเงินลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่ม
อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่แนวโน้มยังไม่น่าจะได้รับการปรับเพิ่มขึ้น แถมยังมีแนวโน้มที่อาจจะลดลงได้ จากเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง และอัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่ได้สร้างแรงกดดันแต่อย่างใด ทำให้อัตราผลตอบแทนของตลาดเงินและตราสารหนี้ยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไป นอกจากนี้ สถานการณ์การเมืองและมาตรการ QE ที่ทำให้ตลาดหุ้นผันผวนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงไปค่อนข้างมากแล้ว ระยะสั้นอาจยังมีความผันผวนอยู่บ้าง แต่มองระยะยาวแล้วเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจลงทุน เป็นจังหวะที่ดีสำหรับทยอยโยกเงินในกองทุนตลาดเงินที่ให้พักไว้ กลับมาสะสมกองทุนสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม
Equity Fund
ระยะสั้นมีโอกาสผันผวน แต่เชื่อระยะยาวยังน่าสนใจเป็นจังหวะสะสม LTF, RMF
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วช่วยหนุนความน่าสนใจของตลาดหุ้นทั่วโลก แต่ระยะสั้นคงต้องระมัดระวังกับปัจจัย QE ที่คาดว่าจะถูกปรับลดขนาดมาตรการลงในเดือน ก.ย.นี้ ทำให้เดือน ส.ค.ตลาดหุ้นยังมีโอกาสผันผวน โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่โดนซ้ำเติมด้วยปัจจัยการเมืองในประเทศที่ทำให้นักลงทุนยังคงรอดูสถานการณ์กันอยู่ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่สร้างแรงกดดันอยู่ตอนนี้ไม่ได้กระทบตลาดหุ้นในระยะยาว
เราจึงมองว่าการปรับตัวลดลงรอบนี้เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาวในการสะสมกองทุน LTF และกองทุนหุ้น RMF โดยกองทุนที่แนะนำคือ KFLTFDIV และ ABSCRMF
Alternative Investment
กองทุนทองคำยังต้องระวัง ส่วนกองทุนน้ำมันแนะนำเก็งกำไร
ราคาทองคำยังคงตกอยู่ในภาวะเสี่ยง นักลงทุนยังคงขายทองคำออกมาอย่างต่อเนื่อง ดูได้จากการถือครองทองคำของ SPDR Gold Trust กองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ลดการถือครองทองคำลงอย่างต่อเนื่องเหลือแค่ 910.53 ตัน (7 ส.ค. 2556) โดยมีปัจจัยการลดขนาดมาตรการ QE เป็นตัวแปรสำคัญ หากมีการปรับลดมาตรการลงจริง น่าจะส่งผลลบให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงได้อีก ระยะสั้นถ้าคิดจะซื้อเพิ่มเราแนะนำให้รอดูสถานการณ์ก่อนจะดีกว่า ส่วนใครที่ถืออยู่แนะนำให้คงสถานะเดิมไว้ต่อไป
ส่วนราคาน้ำมันช่วงที่ผ่านมาได้แรงบวกจากเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วฟื้นตัวดี และปัญหาอุปทานในตะวันออกกลาง หนุนให้ราคาน้ำมันพุ่งทดสอบจุดสูงสุดเดิม เราแนะนำเก็งกำไรกองทุน KOIL เป้าหมายทดสอบ High เดิม 110-115 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และตัดขาดทุนหากหลุด 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล







