
แบงก์แข่งเงินฝากกระทบกองทุนรวม
“จงรัก” ยอมรับปีนี้เหนื่อย แบงก์แข่งดอกเบี้ยดุ ฉุดเอยูเอ็มต่ำเป้า หวังสิ้นปีแตะ 9 แสนล้าน
“จงรัก” ยอมรับปีนี้เหนื่อย แบงก์แข่งดอกเบี้ยดุ ฉุดเอยูเอ็มต่ำเป้า หวังสิ้นปีแตะ 9 แสนล้าน
นายจงรัก รัตนเพียร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวยอมรับว่า สิ้นปีนี้สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ของ บลจ.กสิกรไทย จะไม่ถึง 1 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ลงมาแข่งขันด้านดอกเบี้ยเพื่อระดมเงินฝากกันมากขึ้น จนทำให้บางช่วงเวลาอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้
“ก่อนหน้านี้ เอยูเอ็ม ของ บลจ.กสิกรไทย เคยขึ้นไปเกือบ 9 แสนล้านบาทแล้ว แต่ก็ตกลงมา จนในปัจจุบันอยู่ที่ 8.52 แสนล้านบาท และภายในสิ้นปีนี้จะพยายามทำให้กลับไปแตะที่ 9 แสนล้านบาทให้ได้ ซึ่งถือว่า ไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายเลย เพราะจะมีกองทุนตราสารหนี้ที่ทยอยครบกำหนดต่อเนื่อง จึงต้องหาตราสารหนี้คุณภาพดีจากทั่วโลกมาเป็นทางเลือกให้นักลงทุน” นายจงรัก กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายจงรัก กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปี บลจ.กสิกรไทย จะออกกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน 2 กองทุน มูลค่ารวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และเชื่อว่า ในช่วงปลายปีจะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนกองทุนรวมที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีจำนวนมาก แม้ว่า ส่วนหนึ่งจะทยอยลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับลดลงไปบ้างแล้ว นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะออกกองทุนใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับภาวะตลาดเพิ่มขึ้นอีก
“จังหวะเวลาแบบนี้เหมาะที่จะเข้าไปลงทุนหุ้นยุโรป เพราะแม้ว่าประเทศในกลุ่มยูโรโซนจะยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน เหมือนกับประเทศอื่นๆ แต่เชื่อว่า เศรษฐกิจยุโรปได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และจากนี้ไปน่าจะเป็นช่วงของการฟื้นตัวอย่างช้าๆ และกลับมามีเสถียรภาพได้อีกครั้ง ในขณะที่ราคาหุ้นในตลาดยุโรปอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดย เมื่อเดือน มิ.ย. ดัชนี MSCI Europe มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (Forward P/E) ประมาณ 12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 13.9 เท่า ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ราคาหุ้นยุโรปไม่ได้แพงเกินไป แม้ว่า ที่ผ่านมาจะปรับเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้ว” นายจงรัก กล่าว
นอกจากนี้ นายจงรัก กล่าวอีกว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นยุโรปมีสัดส่วนรายได้จากการทำธุรกิจในต่างประเทศประมาณ 50% และอัตรากำไรเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 16-23 ส.ค. นี้ บลจ.กสิกรไทย เปิดขายกองทุนเปิดเค ยูโรเปียน หุ้นทุน (K-EUROPE) ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุน Allianz Europe Equity Growth Class AT-EUR ซึ่งลงทุนหุ้นจดทะเบียนของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ที่มีพื้นฐานดีและมีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทข้ามชาติ เพื่อกระจายความเสี่ยงในช่วงที่เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว ทำให้กองทุนมีผลดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง
“กองทุนจะลงทุนในหุ้นประมาณ 50-70 ตัว ซึ่งถือเป็นการกระจายการลงทุนที่ดี และมีนโยบายลงทุนระยะยาว 3-5 ปี โดยเน้นบริษัทที่มีอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่มีเสถียรภาพ หนี้สินต่อทุนต่ำ และมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง” นายจงรัก กล่าว







