
ถักทอเส้นฝ้ายไหมงาม
สู่เออีซีธุรกิจสิ่งทอ เสื้อผ้า จัดได้ว่าเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากของบ้านเรา สร้างรายได้ สร้างงาน สามารถนำเงินตราเข้าสู่ประเทศได้อย่างเป็นกอบเป็นกำตลอดมา
สู่เออีซีธุรกิจสิ่งทอ เสื้อผ้า จัดได้ว่าเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากของบ้านเรา สร้างรายได้ สร้างงาน สามารถนำเงินตราเข้าสู่ประเทศได้อย่างเป็นกอบเป็นกำตลอดมา
เราเป็นผู้นำในการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ทั้งการผลิตตามคำสั่งซื้อของเจ้าของแบรนด์ใหญ่ทั่วโลก และการผลิตเสื้อผ้าราคาถูก ทำให้เพื่อนบ้านในอาเซียน ตลอดจนประเทศห่างไกล ต้องนั่งเครื่องบินมาซื้อเพื่อนำกลับไปขายในประเทศตัวเอง
แน่นอนค่ะ ทั้งโบ๊เบ๊ ประตูน้ำ จตุจักร สำเพ็ง แต่ละจุดกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ และที่เขากล้าบินมาซื้อนั้น สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งก็เพราะสินค้าบ้านเราราคาถูกกว่าหลายประเทศ และมีแบบสวยงามหลากหลาย
แต่เมื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี แล้ว การวางตำแหน่ง (โพสิชันนิง) สินค้าเสื้อผ้าของเราไว้กับเรื่องราคาเช่นนี้ จะส่งผลดีต่ออนาคตธุรกิจเสื้อผ้าไทยหรือไม่
หากเรามองไปประเทศรอบๆ เรา เช่น เวียดนาม จีน กัมพูชา ขณะนี้แต่ละประเทศล้วนมีความสามารถในการผลิตเสื้อผ้าราคาถูกออกมาแข่งขันกับเราจำนวนมาก ที่สำคัญคือต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงของเขาต่ำกว่าของเรา
ดังนั้น หากผู้ประกอบการไทยยังยึดติดอยู่กับภาพคู่แข่งต้นทุนต่ำการแข่งขันจะเต็มไปด้วยการ “ตัดราคา” แต่ท้ายที่สุดก็แข่งขันไม่ได้เพราะต้นทุนเรายังสูงกว่า
เราจึงควรหันมาสนใจการสร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น และดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง
ขณะนี้ตลาดเสื้อผ้ารอบโลก นิยมผ้าที่มีลวดลาย สีสัน ในลักษณะผ้าพื้นเมืองมากขึ้น ห้องเสื้อใหญ่ๆ หลายแห่งได้นำลายผ้าพื้นเมืองเหล่านี้ไปประยุกต์ทั้งลาย สี แบบ และการใช้สอย ทำให้กลายเป็นสินค้าราคาสูง
ส่วนประเทศไทยเรานั้นมีวัตถุดิบหรือต้นทุนในเรื่องลวดลายผ้า การให้สี งดงามไม่แพ้ประเทศอื่นอยู่แล้ว
สิ่งที่ต้องตามมาจากนี้ คือ ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องและจริงจังตั้งแต่พื้นฐานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเรียนรู้การออกแบบ การตลาด ตลอดจนการสร้างแบรนด์คนไทยในอนาคต
ที่ผ่านมาเรามักจะยึดติดเสมอกับตลาดรับจ้างผลิต หรือโออีเอ็มกังวลอยู่เสมอว่า ถ้าขายราคาไม่ถูกจะกระทบต่อผู้ว่าจ้างชาวต่างชาติเขาอาจย้ายไปจ้างชาติอื่น เราจะเสียลูกค้าเสื้อผ้ากลุ่มนี้
แต่ถึงเวลาแล้วค่ะ ที่เราต้องหยุดแข่งขันด้วยราคาถูก แล้วหันมาแข่งขันด้วยคุณภาพ
ดิฉันเชื่อว่าเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ประชากรมีรายได้มากขึ้นจากเออีซีสิ่งหนึ่งที่จะตามมาคือรสนิยมการบริโภคของประชาชนก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น เราต้องเริ่มสร้างแบรนด์เอง พัฒนาธุรกิจเสื้อผ้าและธุรกิจแฟชั่นไทยให้งดงาม มีระดับมากขึ้นในทุกตลาด สร้างยอดขายในทิศทางใหม่ทั้งเพื่อขายในประเทศและการส่งออก
เจเจมอลล์น่าจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ควรได้รับการสนับสนุน ปัจจุบันชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นจากผู้ผลิตโดยตรง แต่เรากลับยังแข่งด้วยราคา
หากพัฒนาคุณภาพขึ้นไปอีกระดับหนึ่งไปสู่การแข่งขันด้านความคิดและคุณภาพ น่าจะยกระดับผู้ผลิตของเราได้ชัดเจนขึ้น แม้จะจับตลาดที่สูงขึ้น แต่ถ้าสินค้ามีคุณภาพก็ยังสามารถแข่งขันและอยู่รอดได้
ไม่ต้องกลัวว่าเปิดเออีซีจะทำให้การแข่งขันสูงขึ้น หรือผู้ประกอบการจะถึงทางตัน
ตราบใดที่มีผู้บริโภค เชื่อเถอะค่ะว่าการผลิตและการค้าขายไม่มีทางตัน







