posttoday
ขอปลดล็อกมาบตาพุดเพิ่ม

ขอปลดล็อกมาบตาพุดเพิ่ม

23 เมษายน 2553

 

4โครงการค่าย‘พีทีทีอาซาฮี’

รอเข้าคิวตามอีก5โครงการ

โพสต์ทูเดย์ — กระทรวงอุตฯ เตรียมขอศาลผ่อนผันระงับกิจการชั่วคราวในมาบตาพุดเพิ่มอีก 4 โครงการ ของบริษัท พีทีทีอาซาฮี เคมิคอล ทั้งหมด

นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วย รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานกลางเพื่อหาข้อสรุปในแนวทางดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2 เปิดเผยว่า ภายในวันที่ 26 เม.ย.นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะมอบให้อัยการสูงสุดดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้ทบทวนคำสั่งระงับกิจการของบริษัท พีทีทีอาซาฮี เคมิคอล 4 กิจการ โดยเป็นการขอเดินเครื่องทดสอบเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เดินเครื่องในเชิงพาณิชย์

“ก่อนหน้านี้เราจะยื่นแล้วเพราะเข้าข่ายเป็นกิจการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่บริษัทฯต้องรอคำตอบจากผู้ร่วมทุนซึ่งเป็นต่างชาติก่อน พอได้รับหนังสือยืนยันมาก็สามารถทำได้ทันที”นายสรุยุทธกล่าว

**สำหรับนอกจากนี้ ยังมีอีก 5 กิจการ ที่อยู่ในข่ายแค่ดำเนินการก่อสร้าง ดังนั้นจึงจะรวบรวมข้อมูลยื่นต่อศาลขอปลดล็อกคำสั่งระงับกิจการด้วยเช่นกัน เนื่องจากยังไม่ได้มีการเปิดกิจการในเชิงพาณิชย์

รายชื่อของทั้ง 5 กิจการ ได้แก่ บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ บริษัท เอ็มทีพี เอชพี เจวี (ประเทศไทย) บริษัท วีนีไทย และบริษัท อมตะสตรีม ซัพพลาย ส่วนอีกรายยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ ซึ่งทั้งหมดนี้โดยมากอยู่ในขั้นตอนจัดซื้อเครื่องจักรและวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง

นายสรยุทธ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ศาลได้พิจารณาให้บริษัท สยามยามาโตะ หลุดพ้นจากการถูกระงับกิจการ เพราะได้ใบอนุญาตก่อสร้างก่อนรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ดังนั้น ทั้ง 9 บริษัทนี้ก็น่าจะได้รับการพิจารณาเหมือนกันคณะทำงานฯจึงได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาลฯ เนื่องจากปัญหามลพิษในมาบตาพุดโดยได้ดำเนินการมอบหมายให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลฯและศาลผ่อนผันให้ 9 กิจการ ที่สามารถก่อสร้างได้แต่ไม่ให้ประกอบกิจการจนกว่าจะทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ)

พร้อมกันนี้ ได้ส่งเรื่องให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ตีความเกี่ยวกับการได้รับใบอนุญาตดำเนินกิจการก่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ซึ่งยื่นไป 8 กิจการ และได้ผ่านแล้ว 7 กิจการ

ขณะเดียวกันยังได้ส่งเรื่องให้สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตีความว่ามีกิจการใดที่ไม่เข้าข่ายต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งยื่นไป 5 กิจการ และผ่าน 4 กิจการ รวม 2 หน่วยงาน ทำให้มีกิจการที่สามารถเดินหน้าก่อสร้างได้ 12 กิจการ แต่มี 1 กิจการที่ยื่นซ้ำ 2 หน่วยงาน จึงเหลือ 11 กิจการ

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังต้องการให้มีการประกาศรายชื่อกิจการที่อาจกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงให้ชัดเจนด้วย เพราะหากมีรายชื่อที่แน่นอนจะทำให้โครงการที่ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อกิจการสามารถ เดินหน้าต่อไปได้

ขณะนี้ได้ร่างบัญชีสุดท้ายแล้วและรอเสนอคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งถ้ามีการประกาศบัญชีออกมาจะทำให้นักธุรกิจเห็นว่าการลงทุนในไทยไม่หยุดชะงัก

“กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมที่จะทำประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับประกาศกิจการอาจกระทบชุมชนอย่างรุนแรง เพื่อให้การลงทุนในไทยมีภาพบวก ซึ่งจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ เช่น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)” นายสรยุทธ กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี