
"อุบัติการณ์ฮีโร่"สร้างแบรนด์ชั่วข้ามคืน
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
อุปกรณ์สื่อสาร แกดเจ็ตไอทีต่างๆ ในปัจจุบันได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำตลาดบนโลกธุรกิจสมัยใหม่ ที่ว่ากันว่ากำลังจะเคลื่อนสู่ยุคดิจิตอลอย่างสมบูรณ์แบบภายใน 2-3 ปีนับจากนี้ พร้อมปฏิวัติการสื่อสารและการใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่ถูกผูกติดกับเทคโนโลยีมากขึ้น
ชาคริต จันทร์รุ่งสกุล ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัทซอฟต์แวร์ FireOneOne และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง M8VC ผู้ดำเนินธุรกิจร่วมทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล) สำหรับสตาร์ตอัพนักพัฒนาธุรกิจด้านเทคโนโลยี กล่าวถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด ซึ่งเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย หรือเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ๆ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีที่อยู่ใกล้ตัวมาร่วมพัฒนาธุรกิจ ตลอดจนสร้างตราผลิตภัณฑ์ หรือแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่เทคโนโลยีอาจไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วงมากนัก สำหรับเจ้าของกิจการรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 35 ปี ในปัจจุบัน ด้วยมักคุ้นเคยหรือเติบโตมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอยู่แล้ว เจ้าของสินค้าบริการกลุ่มนี้ มักเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) อย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ฯลฯ เป็นหน้าร้าน เพื่อโฆษณา แสดงสินค้า ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้อีกด้วย โดยมีต้นทุนดำเนินการที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับการทำตลาดในยุคอะนาล็อก
อีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากการสร้างแบรนด์ให้โด่งดังโดยบังเอิญ หรือ “แอ็กซิเดนเชียล ฮีโร่” (Accidential Hero) อุบัติการณ์คนดังผ่านโซเชียลมีเดียบนเพจเฟซบุ๊ก อย่างแม่บ้านมีหนวด เซ็กส์ซี่แพนเค้ก เนย รักษ์โลก หรือเจ๊กระต่ายสาวใหญ่ในโลกออนไลน์ เจ้าของเพจเจเดอะแร็บบิต เป็นต้น ที่ล้วนต่างมีแฟนเพจเข้าไปคลิกไลค์เป็นหลักแสนราย ที่ว่ากันว่าจำนวนกด “ไลค์” ของเพจคนดังบนโลกออนไลน์เหล่านี้มีมากกว่าสินค้ายี่ห้อดัง หรืออดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศเสียอีก!!
ทั้งนี้ ถือเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างหนึ่งว่า การเปิดตัวแบรนด์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะดังกล่าวจนเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนโซเชียลออนไลน์นั้น มันมีพลังมหาศาล ที่สำคัญยังใช้ทุนอำนวยการสร้างแบรนด์ต่ำกว่าในอดีต ที่อาจต้องทุ่มทุนมหาศาลกว่าจะสร้างแบรนด์ๆ หนึ่งขึ้นมาได้ ซึ่งถือว่าสื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือการทำตลาดที่ค่อนข้างเหมาะสมสำหรับเอสเอ็มอีในยุคปัจจุบัน
ที่สำคัญการจะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้ดี จะต้องใส่ความสร้างสรรค์เข้าไปด้วย ซึ่ง “แบรนด์สตาร์ตอัพ” หรือสินค้าที่กำลังจะสร้างแบรนด์ จะมีข้อได้เปรียบกว่าแบรนด์เดิมที่มีอยู่จากการใช้เครื่องมือนี้ เนื่องด้วยพลังของโซเชียลมีเดียมีความเกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก จากการแชร์หรือส่งต่อออกไปยังเครือข่ายที่ไม่สิ้นสุดนั่นเอง
“ในช่วง12 ปีที่ผ่านมา มีแบรนด์แฟชันใหม่ๆ เติบโตสูงมากในอินสตาแกรม ซึ่งเป็นสื่อที่มีทั้งเว็บไซต์ และ แอพพลิเคชัน ซึ่งบางแบรนด์แฟชันมียอดผู้ติดตาม หรือ ฟอลโลว์เวอร์ มากกว่า2หมื่นราย และสามารถสร้างยอดขายได้ ทั้งที่ไม่มีหน้าร้าน อย่าง แบรนด์แฟชันในสหรัฐฯ หรือการสร้างบล็อคให้ข้อมูลที่เราถนัด ซึ่งจะเป็นช่องทางปล่อยของบนโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี” ชาคริต กล่าว
อย่างไรก็ตาม การสร้างแบรนด์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ดี เจ้าของสินค้าบริการจะต้องมีแผนธุรกิจ (บิซิเนสโมเดล) ที่ชัดเจนด้วย อย่างกรณีศึกษาแอพพลิเคชันที่ชื่อว่า waze app ของต่างประเทศ ที่ให้บริการรายงานข้อมูลจราจรทั่วโลก ซึ่งเจ้าของธุรกิจพัฒนาขึ้นมาพร้อมแผนธุรกิจที่รู้ว่าจะต้องขายแอพนี้ได้ในอนาคต สุดท้ายยักษ์เสิร์ชเอนจินอย่างกูเกิลต้องยอมซื้อแอพนี้ด้วยมูลค่ากว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว
ส่วนคนดังโดยบังเอิญในไทยอย่างเจเดอะแร็บบิต ที่ปัจจุบันขยายฐานแฟนคลับออนไลน์จากสื่อเฟซบุ๊กไปยังแอพไลน์ ในปัจจุบันก็ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าติดตาม ว่าจะสามารถต่อยอดการทำตลาดสินค้าหรือผูกติดกับสปอนเซอร์ใดได้บ้างในอนาคต จากจำนวนผู้ติดตามแฟนคลับในโลกออนไลน์ที่ขยายเพิ่มขึ้น
ดังนั้น ผู้เริ่มต้นธุรกิจหรือกำลังสร้างแบรนด์ สามารถต่อยอดพัฒนาธุรกิจจากช่องทางการสื่อสารดังกล่าวร่วมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ในอนาคต เช่นเดียวกับเอสเอ็มอีรุ่นเดิม ที่จะต้องเกาะเทรนด์ดังกล่าว พร้อมปรับตัวให้กับโลกธุรกิจดิจิตอลที่กำลังจะมาถึง







