
โรงแรมกลางกรุงห้องพักพุ่ง
จากการสำรวจตลาดโรงแรมในย่านใจกลางกรุงเทพมหานครครั้งล่าสุด โดย ซีบีอาร์อี ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย พบว่ามีจำนวนห้องพักโรงแรมเพิ่มขึ้นถึง 12.1% ต่อปี ซึ่งมาจากการเปิดให้บริการของโรงแรมใหม่ 6 แห่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 ปัจจุบันห้องพักโรงแรมในย่านใจกลางกรุงเทพฯ มีจำนวนทั้งสิ้น 3.75 หมื่นห้อง และซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าจะมีห้องพักโรงแรมเพิ่มขึ้นอีกราว 4,400 ห้อง ภายในปี 2558 ซึ่งจะทำให้จำนวนห้องพักโรงแรมโดยรวมพุ่งสูงถึงเกือบ 4.2 หมื่นห้อง หรือเพิ่มขึ้น 11.9% จากโรงแรมที่มีอยู่ในปัจจุบัน
จากการสำรวจตลาดโรงแรมในย่านใจกลางกรุงเทพมหานครครั้งล่าสุด โดย ซีบีอาร์อี ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย พบว่ามีจำนวนห้องพักโรงแรมเพิ่มขึ้นถึง 12.1% ต่อปี ซึ่งมาจากการเปิดให้บริการของโรงแรมใหม่ 6 แห่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 ปัจจุบันห้องพักโรงแรมในย่านใจกลางกรุงเทพฯ มีจำนวนทั้งสิ้น 3.75 หมื่นห้อง และซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าจะมีห้องพักโรงแรมเพิ่มขึ้นอีกราว 4,400 ห้อง ภายในปี 2558 ซึ่งจะทำให้จำนวนห้องพักโรงแรมโดยรวมพุ่งสูงถึงเกือบ 4.2 หมื่นห้อง หรือเพิ่มขึ้น 11.9% จากโรงแรมที่มีอยู่ในปัจจุบัน
โรงแรมใหม่ดังกล่าวเกือบทั้งหมดเป็นอาคารสูง โดยย่านเพลินจิต สุขุมวิท ยังคงเป็นย่านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการพัฒนาโรงแรม คิดเป็น 65% ของโรงแรมทั้งหมดที่มีในตลาด และโรงแรมใหม่ 4 แห่งจาก 6 แห่งที่เปิดให้บริการในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ก็ตั้งอยู่ในย่านนี้ ส่วนย่านสีลม สาทร มีสัดส่วน 21% ขณะที่ย่านริมแม่น้ำคิดเป็น 14% ของโรงแรมทั้งหมดที่มีในตลาด
สำหรับในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 จะมีห้องพักโรงแรมเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นอีกราว 2,250 ห้อง ประกอบด้วยโรงแรมระดับลักชัวรี 13% โรงแรมระดับเฟิสต์คลาส 8% โรงแรมระดับกลาง 46% และโรงแรมราคาประหยัด 33%
จากการเปิดตัวโรงแรมใหม่หลายแห่งทำให้ภาวะการแข่งขันในตลาดยังคงอยู่ในระดับที่สูง แม้ว่าแนวโน้มด้านจำนวนโรงแรมใหม่ในปีนี้จะเป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะจำนวนใบอนุญาตก่อสร้างโรงแรมลดลงอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
“ความท้าทายที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในปัจจุบัน คือ การปรับเพิ่มค่าเช่าห้องพัก ซึ่งไม่มีการเคลื่อนไหวมากนักในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อาจจะได้เห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ เติบโตในอัตราที่สูงกว่าจำนวนโรงแรมใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมสามารถปรับเพิ่มค่าเช่าโรงแรมได้” นายเจมส์ พิทชอน กรรมการบริหาร หัวหน้าแผนกวิจัยและที่ปรึกษาพัฒนาโครงการซีบีอาร์อี ประเทศไทย
ขณะที่โอกาสสำหรับโรงแรมราคาประหยัดในประเทศไทยยังคงมีอยู่มาก จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ ที่เติบโตเพิ่มขึ้นนั้นมาจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้นักท่องเที่ยวชาวเอเชียจำนวนมากนิยมพักในโรงแรมราคาประหยัด ต้องการคุณภาพการบริการที่สม่ำเสมอ รวมทั้งมีความคุ้มค่าในด้านราคา ปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดนี้แบบที่มีแบรนด์ยังไม่มากนัก
ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมหลายรายประกาศแผนที่จะเปิดโรงแรมราคาประหยัดในกรุงเทพฯ อาทิ โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมระดับไฮเอนด์ในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ “เซ็นทารา” ก็ได้ตัดสินใจเข้าสู่ตลาดระดับนี้ ด้วยแบรนด์น้องใหม่ “โคซี่” และกลุ่มเอราวัณ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็ได้เปิดตัวโรงแรมราคาประหยัดแห่งใหม่ ภายใต้แบรนด์ “ฮอบ อินน์” โดยมีเป้าหมายที่จะเปิดโรงแรมให้ครบ 30 แห่งในไทย







