
พฤกษาฯทุ่ม 2,600 ล้านขยายกำลังผลิตบ้านเดี่ยว
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่ยังไร้สัญญาณฟองสบู่
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่ยังไร้สัญญาณฟองสบู่ ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่ซื้อส่วนใหญ่ต้องการอยู่อาศัยจริง จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้นำตลาดอย่าง พฤกษา เรียลเอสเตท เดินหน้าขยายการลงทุนอย่างเต็มกำลัง เพื่อรองรับกับกำลังซื้อที่ประเมินว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต
ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานพรีคาสท์เพิ่มอีก 3 โรงงาน บนเนื้อที่กว่า 110 ไร่ ทำเลใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี มีกำหนดแล้วเสร็จ และสามารถเดินกำลังการผลิตได้ในช่วงเดือน ส.ค. 2557 โดยใช้งบประมาณ 2,500 ล้านบาท
โรงงานแห่งใหม่ทั้ง 3 โรง จะไว้รองรับการผลิตบ้านเดี่ยวขนาด 150 ตร.ม. มีกำลังการผลิตที่ 450 หลังต่อเดือน และเมื่อรวมกับโรงงานในย่านรังสิตคลอง 4 ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่มีอยู่ 5 โรงกำลังการผลิต หากเป็นบ้านเดี่ยวจะอยู่ที่ 650 ยูนิตต่อเดือน จึงทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตรวมที่ 1,100 หลังต่อเดือน นอกจากนี้บริษัทยังได้ลงทุนอีก 100 ล้านบาท ในการสร้างโรงงานพรีคาสท์ขนาดเล็กใน จ.ภูเก็ต เพื่อรองรับงานก่อสร้างโครงการที่มีมากขึ้นในภูเก็ต
อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตดังกล่าวจะสามารถรองรับยอดขายของบริษัทไปได้อีกประมาณ 3 ปี โดยในปีที่ผ่านมาได้ส่งมอบบ้านไปประมาณ 1.2 หมื่นยูนิต ส่วนปีนี้ตั้งเป้าส่งมอบบ้านประมาณ 1.5 หมื่นยูนิต ตามแผนการเติบโตของบริษัทที่ตั้งไว้เฉลี่ยปีละ 25%
“สำหรับปัญหาแรงงานยอมรับว่ายังขาดแคลน โดยปัจจุบันบริษัทใช้แรงงานในไซต์งานก่อสร้างประมาณ 2 หมื่นคน โดยปีนี้ต้องการแรงงานเพิ่มอีก 10% โดยที่ผ่านมาบริษัทได้พยายามนำเทคโนโลยีการก่อสร้างระบบ Real Estate Manufacturing (REM) มาใช้เพื่อควบคุมคุณภาพบ้านตั้งแต่การผลิต ลดการสูญเสีย รวมถึงต้นทุนได้เป็นอย่างดี” ทองมา กล่าว
ทั้งนี้ แม้ว่าจะพยายามรักษาระดับต้นทุนไม่ให้ปรับขึ้นมาก แต่บริษัทก็ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด ทำให้ต้องปรับขึ้นราคาบ้าน โดยปีนี้จะต้องปรับขึ้นประมาณ 4% โดยในช่วงครึ่งปีแรกปรับขึ้นไปแล้ว 2% ในขณะที่ภาพรวมของตลาดจะปรับราคาขึ้นอย่างน้อย 7%
สำหรับภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2556 จะยังคงมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องประมาณ 710% โดยมูลค่าตลาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รวมของปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3.25 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ทาวน์เฮาส์ 5.14 หมื่นล้านบาท บ้านเดี่ยว 7.79 หมื่นล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1.96 แสนล้านบาท โดยในครึ่งปีแรก พฤกษาฯ ครองส่วนแบ่งการตลาดด้านยอดขาย 13% เพิ่มขึ้นจาก 9% เมื่อเทียบกับปี 2555 หากแยกตามเซ็กเมนต์ส่วนแบ่งตลาดทาวน์เฮาส์ 30% หรือประมาณ 8,809 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 11% จำนวน 5,124 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 9% จำนวน 8,067 ล้านบาท
ด้านยอดขายในครึ่งปีแรกมียอดขายแล้ว 2.26 หมื่นล้านบาท มาจากทาวน์เฮาส์ 9,008 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 5,361 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 8,146 ล้านบาท และโครงการในต่างประเทศอีก 155 ล้านบาท ซึ่งยอดขายเพียงครึ่งปีแรกคิดเป็น 64% ของเป้ายอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ 3.5 หมื่นล้านบาท
ขณะที่รายได้ในครึ่งแรกปี 2556 มีจำนวน 1.53 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ทาวน์เฮาส์ 4,858 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 2,399 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 1,613 ล้านบาท และโครงการในต่างประเทศอีก 165 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถทำรายได้ในปี 2556 สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 3.39 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้จำนวน 4.27 หมื่นล้านบาท โดยจะรับรู้ในปีนี้ 2.45 หมื่นล้านบาท
การเดินหน้าลงทุนเพื่อขยายการผลิตของพฤกษาฯ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการแข่งขันในตลาดจะดุเดือดไปอีกยาว
ส่วนแผนพัฒนาโครงการเป้าหมายเปิดโครงการใหม่ 78 โครงการ ครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 33 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 32,000 ล้านบาท เป็นโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 30 โครงการ และโครงการในพื้นที่ต่างจังหวัด 3 โครงการ แบ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 25 โครงการ บ้านเดี่ยว 2 โครงการ และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ สำหรับโครงการครึ่งหลังของปี 2556 คาดว่าจะเปิดอีก 45 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 23,000 ล้านบาท







