
มือถือเกาะโซเชียลเน็ตโต
หลังกลายเป็นการใช้งานหลัก
แข่งตัดราคาเพิ่มความเร็ว
โพสต์ทูเดย์
— ค่ายฮัลโหลขี่กระแสโซเชียลเน็ตเวิร์กกิงแรง แห่ดัมพ์ราคาอินเทอร์เน็ตเพิ่มความเร็ว ชิงฐานลูกค้านายนนท์ อิงคุทานนท์ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจ ไวร์ไลน์ บรอดแบนด์ เซอร์วิส บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทรูออนไลน์ได้ปรับเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ให้ลูกค้าปัจจุบันที่ใช้ความเร็ว 35 เมกะบิตต่อวินาที เป็น 46 เมกะบิต โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ (โซเชียลเน็ตเวิร์กกิง) ที่กลายเป็นการใช้งานหลักของกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน
ทั้งนี้ จากการสำรวจการใช้งานของกลุ่มลูกค้า พบว่าความเร็วที่มีการใช้งานมากสุดขณะนี้คือ 46 เมกะบิต ซึ่งเพิ่มขึ้นตามกระแสความนิยมโซเชียลเน็ตเวิร์กกิงและการใช้งานอีเมล ขณะที่ความเร็ว 68 เมกะบิต มุ่งจับกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการอัพโหลดรูปภาพ วิดีโอ คลิป เพื่อแชร์ในกลุ่มเพื่อน และความเร็ว 1216 เมกะบิต จะเป็นกลุ่มผู้ที่ใช้งานด้านมัลติมีเดียสูง
นายนนท์ กล่าวว่า การเพิ่มความเร็วเพื่อต้องการรักษาฐานลูกค้าให้ยังคงใช้งานต่อไป ถือเป็นหนึ่งในแผนลงทุนเพิ่ม 2,500 ล้านบาท ในปีนี้ เพื่อขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมในพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง และเพิ่มขีดความสามารถในการใช้งาน ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าอีก 3 แสนราย หรือ 50% ของตลาดรวม ส่งผลให้ทรูมีผู้ใช้งานบรอดแบนด์รวม 1 ล้านราย ในสิ้นปีนี้
ปัจจุบันทรูมีส่วนแบ่ง 37% ของจำนวนผู้ใช้งานบรอดแบนด์ทั้งหมด 2 ล้านครัวเรือน เติบโตขึ้นจากปีก่อนเพียง 10% จากมีคู่แข่งเข้าในตลาดมากขึ้นและวิกฤตเศรษฐกิจ
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า การใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กกิงเป็นช่องทางการสื่อสารในปัจจุบัน ที่ทำให้ปริมาณการใช้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านมือถือ โดยเฉพาะบริการอินเทอร์เน็ตเติบโตขึ้นมากกว่าช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา นอกเหนือไปจากการใช้งานโทรศัพท์ปกติ
ทั้งนี้ ทางเอไอเอสจึงนำอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (แอร์การ์ด) ผ่านเครือข่ายเอดจ์ขาย 1,000 บาท เพื่อเจาะผู้ใช้งานกลุ่มใหม่ที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ต แต่ไม่ต้องจ่ายราคาสูง ซึ่งเอไอเอสจะมีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตให้ลูกค้าได้มากขึ้นจาก 2,000 บาทขึ้นไป และสามารถรองรับการใช้งาน 3จี เอชเอสพีเอได้
นายสมชัย กล่าวอีกว่า บริษัทยังเดินตามแผนเพิ่มลูกค้า 45 ล้านราย ในปีนี้ โดย 50% มาจากลูกค้าใหม่ แม้การเมืองยังวุ่นวายยาวมาถึงขณะนี้นายสมชัย กล่าวว่ ในปีนี้ เอไออสยังคงดำเนินการตามแผนธุรกิจที่วางไว้เดิม แม้ว่าจะเกิดสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองอยู่ในปัจจุบัน โดยเอไอเอสยังคงตั้งเป้ามีลูกค้าใหม่ 50% จากฐานลูกค้ารวมในปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ประมาณ 45 ล้านราย
ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่าง การประเมินยอดการใช้งานโทรศัพท์มือถือว่าได้รับผลกระทบจากม็อบเสื้อแดง แต่หากการใช้งานลดลงมีสาเหตุมาจากการชุมนุมนั้น ก็จะเป็นไปทั้งอุตสาหกรรม ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ เอไอเอสเพียงรายเดียว เพราะการเติบโตของอุตสาหกรรมมือถือขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งหากเศรษฐกิจดี การใช้งานมือถือก็จะดีขึ้นตามไปด้วย







