
เรียนรู้เพื่อนที่แตกต่าง
เยาวชน คือ อนาคตของชาติ ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรในวันข้างหน้า ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนรุ่นใหม่ในวันนี้
เยาวชน คือ อนาคตของชาติ ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรในวันข้างหน้า ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนรุ่นใหม่ในวันนี้
ไม่เพียงแต่ความรู้ความสามารถที่จะทำให้แข่งขันได้ แต่คนรุ่นใหม่ยังจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับประเทศอื่นๆ รวมถึงเพื่อนบ้านใกล้เคียง เพื่อเตรียมรับกระแสโลกาภิวัตน์ที่ทำให้โลกไร้พรมแดน
จางกัวเหว่ย หนุ่มน้อยชาวสิงคโปร์ที่เข้าร่วมโครงการผู้นำเยาวชนฮิตาชิ ครั้งที่ 12 ซึ่งปีนี้จัดในเมืองไทย เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนความคิดของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเรียนรู้เพื่อนบ้าน ในมุมที่แตกต่างจากการมองออกมาจากประเทศที่รวยเป็นอันดับ 1ของอาเซียน
นอกเหนือจากการเข้าร่วมโครงการผู้นำเยาวชนฮิตาชิที่เฟ้นหาคนรุ่นใหม่ผู้โดดเด่น 28 คน จาก 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม และญี่ปุ่น เพื่อมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ กัวเหว่ยยังเดินทางไปในหลายประเทศของอาเซียน เพื่อร่วมทำกิจกรรมต่างๆ
เขาเล่าว่า การได้มีโอกาสเดินทางไปในหลายประเทศของอาเซียนนับเป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิต ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากสิงคโปร์ และมองว่าสักวันหนึ่งจะต้องทำธุรกิจด้วยกัน จึงเป็นโอกาสดีที่จะใช้ประสบการณ์นี้สร้างความแตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ ในสิงคโปร์
ก่อนหน้านี้ เขาเดินทางไปลาวและกัมพูชา เพื่อสร้างโรงเรียนให้เด็กเล็ก เพราะสนใจที่จะพัฒนาด้านการศึกษา รวมทั้งนำคอมพิวเตอร์ไปติดตั้ง สอนภาษาอังกฤษและพัฒนาการสื่อสารให้เชื่อมต่อกับโลก สร้างโอกาสให้กับโรงเรียนในต่างจังหวัดที่ยังไม่พัฒนามากนัก
การที่ได้เดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านทำให้เข้าใจความแตกต่างและยอมรับความเปลี่ยนแปลง เข้าใจจุดอ่อนจุดแข็งรู้วิธีที่จะสื่อสารกับคนในแต่ละประเทศ ต้องปฏิบัติตัวและติดต่ออย่างไร
ทั้งนี้ แต่ละประเทศมีความแตกต่างกันไป อย่างเรื่องไลฟ์สไตล์และการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ คนลาวเป็นมิตรและรับแขกมาก คล้ายกับคนไทยที่สนุกสนานและเป็นมิตร ขณะที่คนสิงคโปร์จะไม่บอกเล่าเรื่องส่วนตัวกับคนอื่น แต่เรื่องการทำงานจะเป็นมืออาชีพมาก ส่วนกัมพูชาอยู่ตรงกลาง โดยมีทักษะบางอย่างที่โดดเด่น เช่น การสร้างบ้าน และสนใจที่จะสอนคนอื่นให้ทำเป็น
กัวเหว่ยมาทำงานในเมืองไทยเกือบ 1 ปีแล้ว หลังจากมาเรียนในไทยก่อนหน้านั้น เพราะอยากจะทำสิ่งที่แตกต่างและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเด็กจบใหม่ที่ได้ทำงานในต่างประเทศ และไทยเป็นประเทศที่ดีสำหรับการเริ่มต้นทำงาน รวมทั้งต้องการทักษะหลายอย่าง ซึ่งกัวเหว่ยพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและจีน ทั้งยังสื่อสารภาษามาเลย์และไทยได้ในระดับพื้นฐาน
“ชอบไลฟ์สไตล์ของคนไทย อย่างการมีความสุขกับการใช้ชีวิต แต่เวลาทำงานก็เป็นมิตร และทำงานเป็นทีม ช่วยเหลือกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน”
เขามองว่า เงินเดือนของเด็กจบใหม่ในไทยค่อนข้างต่ำ แค่ 15,000 บาท ขณะที่สิงคโปร์เริ่มต้น 45,000 บาท แต่ในระดับที่สูงขึ้นไปอาจไม่มีปัญหา คนที่จะต้องการทำงานในเมืองไทยควรทำตัวให้แตกต่าง สร้างมูลค่าให้ตัวเอง เช่น พูดได้หลายภาษา หรือมีทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการ
กัวเหว่ยแนะนำว่า สิ่งสำคัญในการรวมตัวสู่ประชาคมอาเซียนอันดับแรก คือ ภาษาอังกฤษ เพราะเป็นภาษาตรงกลางเพื่อให้เข้าใจกัน และควรเรียนภาษาที่ 3, 4, 5 ด้วย เพื่อให้เข้าใจถึงวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งขึ้น







