
รัฐบาบหาทางลงจำนำข้าวฤดูกาลใหม่
โดย...ทีมข่าวพาณิชย์
โดย...ทีมข่าวพาณิชย์
โครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลผลิตปี 2556/2557 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นานนี้ หลังจากที่ผลผลิตจะทยอยออกในช่วงเดือน ต.ค. รัฐบาลกำลังหาทางออกในเรื่องของหลักเกณฑ์และราคาการรับจำนำข้าวฤดูกาลใหม่
หลังจากที่รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยได้ใช้เงินมากถึง 6 แสนล้านบาท เพื่อรับจำนำข้าวเปลือกตันละ 1.5 หมื่นบาท มาเป็นเวลา 2 ปี แบ่งเป็นเงินกู้ 5.1 แสนล้านบาท และเงินจากสภาพคล่องของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อีก 9 หมื่นล้านบาท
การใช้เม็ดเงินมากมหาศาลรับจำนำข้าวเข้ามา แต่การระบายสต๊อกข้าวสารเพื่อเอาเงินมาหมุนเวียนรับจำนำรอบต่อไป และคืนกระทรวงการคลังตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กลับไม่เป็นไปตามแผน เพราะรัฐบาลพะวงกับการถูกโจมตีเรื่องตัวเลขขาดทุนการขายข้าว เพราะรับจำนำมาในราคาที่สูงกว่าตลาดถึง 40%
ผลคือรัฐบาลต้องแบกรับสต๊อกข้าวถึง 16-17 ล้านตัน ที่หากขายออกไปก็จะขาดทุนปีละไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ขณะที่ข้าวที่ขายแล้วนำเงินส่งคลังได้เพียง 1.3 แสนล้านบาท ยังเหลือหนี้ติดค้างกับกระทรวงการคลังอีก 4 แสนล้านบาท หนี้ติดค้าง ธ.ก.ส. อีกเกือบ 1 แสนล้านบาท รวม 5 แสนล้านบาท
สภาพดังกล่าวทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการรับจำนำโดยปริยาย แต่ปัญหาสำคัญคือเสียงคัดค้านจากชาวนาที่ดังกระหึ่มจนต้องล้มแผนลดราคารับจำนำเหลือตันละ 1.2 หมื่นบาท และจำกัดสิทธิเหลือครัวเรือนละ 5 แสนบาท ที่ประกาศออกไปในการรับจำนำข้าวนาปรังรอบ 2 ที่ผ่านมาแบบกะทันหัน
แม้จะปรับเปลี่ยนเอา นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล มาเป็น รมว.พาณิชย์ แทน บุญทรง เตริยาภิรมย์ ก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น
เมื่อไม่นานมานี้ กรมการค้าภายใน ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้เรียกประชุม 4 สมาคมชาวนา คือ สภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาคมชาวนาไทย สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และสมาคมส่งเสริมชาวนา จนได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะปรับลดเฉพาะราคาจำนำข้าวเปลือกเจ้าเหลือตันละ 1.35 หมื่นบาท และจำกัดสิทธิต่อครัวเรือนละ 4 แสนบาท โดยให้กลุ่มตัวแทนชาวนานำไปทำความเข้าใจกับชาวนาทั้งหมด
แต่หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ไปหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง ตัวเลขราคารับจำนำก็เปลี่ยนไป ลดเหลือตันละ 1.2 หมื่นบาทอีกครั้ง ส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรไม่พอใจอย่างหนัก มีการเรียกประชุมและมีมติยืนยันให้รัฐบาลรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าที่ตันละ 1.5 หมื่นบาทเท่าเดิมทันที
ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับชาวนา ที่ไม่สามารถจะหาทางออกร่วมกันได้ ส่งผลให้ฝ่ายการเมืองทั้ง นิวัฒน์ธำรง และ ยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ต้องออกระดมความคิดเห็นจากกลุ่มเกษตรกรเพื่อหาทางออกอีกรอบ ด้วยการพยายามเสนอหลายแนวทาง เช่น รับจำนำมากกว่า 2 รอบ แต่ราคารับจำนำต้องลดลงมาเหลือตันละ 1.2 หมื่นบาท แต่ไม่ได้รับการขานรับจากเกษตรกร
สุดท้ายรัฐบาลต้องยอมออมชอม เสนอจะรับจำนำที่ราคาตันละ 1.5 หมื่นบาทเท่าเดิม แต่ขอจำกัดสิทธิเข้าร่วมโครงการรับจำนำเพียงรอบเดียว จากเดิมที่ไม่จำกัดปริมาณข้าว
ตัวเลขราคาและเงื่อนไขการรับจำนำดังกล่าวยังไม่สรุปผล แต่ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ นิวัฒน์ธำรง ต้องทำให้สำเร็จ เพื่อรักษาฐานเสียงชาวนาทั่วประเทศ โดยมีตัวเลขวินัยการคลังที่กระทรวงการคลังขีดเส้นไว้ค้ำคออยู่ ทั้งการใช้งบรับจำนำจากนี้ไปจะต้องไม่เกินปีงบประมาณละ 3 แสนล้านบาท และต้องขาดทุนไม่เกินปีละ 8 หมื่นล้านบาทถึง 1 แสนล้านบาท
ต้องจับตาว่า แนวทางดังกล่าวจะถูกเคาะออกมาอย่างไรในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ทันก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุม กขช.ปลายเดือน ส.ค. ก่อนเสนอต่อ ครม.เห็นชอบ เพื่อเปิดรับจำนำรอบใหม่เร็วๆ นี้ หรือไม่
ทั้งนี้ การหารือรอบล่าสุดแม้จะยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องราคา แต่แนวทางที่เป็นไปได้มากสุด ตามที่ นิวัฒน์ธำรง ออกมาระบุ คือการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าในราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท แต่จำกัดสิทธิ์ให้เข้าร่วมโครงการรับจำนำเพียงรอบเดียว จากเดิมที่ไม่จำกับปริมาณข้าวเข้าโครงการจำนำ
วิธีนี้ รมว.พาณิชย์ เชื่อว่าจะสามารถรักษาวินัยทางการคลัง โดยใช้งประมาณต่อปีในการรับจำนำข้าวไม่เกิน 3 แสนล้านบาท และขาดทุนภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน 8 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสนล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังให้กรอบไว้
ในขณะที่ข้อเสนออื่นๆ คือการรับจำนำมากกว่า 2 รอบ แต่ราคารับจำนำต้องถูกปรับลดลงมาเหลือตันละ 1.2 หมื่นบาท อาจเป็นข้อเสนอที่ไม่ถูกใจเกษตรกรในเรื่องของราคารับจำนำ
ดังนั้นแนวทางการรับจำนำข้าว 1.5 หมื่นบาท แต่จำกัดสิทธิ์รอบเดียว ดูจะเป็นทางออกของรัฐบาลได้มากสุด เพราะสามารถลดกระแสต่อต้านจากเกษตรกร เนื่องจากรัฐบาลรับจำนำในราคาเท่าเดิม ตามที่เกษตรกรร้องขอ ถือเป็นทางออกที่ดูเป็นรูปธรรมที่สุดในขณะนี้ และยังรักษาฐานเสียงทางการเมืองต่อกลุ่มเกษตรกรไว้อีกครั้ง และในส่วนของข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมจังหวัด และข้าวเหนียว รัฐบาลยังคงกำหนดราคารับจำนำเท่าเดิมไว้เช่นกัน
จึงต้องจับตาว่าแนวทางดังกล่าวจะถูกเคาะออกมาในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ให้ทันกับการประชุมกขช.ปลายเดือนส.ค.หรือไม่ เพื่อนำข้อสรุปเสนตอครม.เห็นชอบ ก่อนการรับจำนำรอบใหม่เร็วๆนี้







