posttoday
สศอ.เร่งศึกษาผลกระทบก่อนไทยเข้าร่วมทีพีพี

สศอ.เร่งศึกษาผลกระทบก่อนไทยเข้าร่วมทีพีพี

13 สิงหาคม 2556

ช่วงปลายปี 2555 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิก

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

ช่วงปลายปี 2555 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิก หรือทีพีพี ซึ่งปัจจุบันมี 12 ชาติเป็นสมาชิก แต่ปรากฏว่าการดำเนินงานไม่ง่าย ขณะเดียวกันยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าไทยมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด

สศอ.เตือนไทยจะเข้าทีพีพีต้องคิดให้รอบเหตุสมาชิก 9 ชาติส่วนใหญ่ไทยมีเอฟทีเออยู่แล้ว ขณะที่การเจรจาเข้าร่วมไม่ง่ายต้องผ่านด่านหินสหรัฐเจอตอทั้งมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สิทธิมนุษยชน ทรัพย์สินทางปัญหาที่ไทยไม่พร้อม

นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า สศอ.อยู่ระหว่างศึกษารวบรวมผลได้เสียต่อภาคอุตสาหกรรมหากไทยตัดสินใจเข้าร่วมความตกลงทีพีพี ซึ่งเบื้องต้นยังเห็นว่าประเทศไทยต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจร่วม

ทั้งนี้ เพราะประเทศสมาชิกทั้ง 12 ประเทศ ส่วนใหญ่ไทยมีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อยู่แล้ว ได้แก่ ประเทศสมาชิกอาเซียน คือ บรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม รวมถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเปรู ขณะที่ชิลีเริ่มเจรจา มีเพียงสหรัฐที่ไทยเลิกเจรจาเอฟทีเอไปแล้ว ส่วนประเทศที่สนใจเข้าร่วมเจรจาทีพีพี ได้แก่ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แคนาดา และเม็กซิโก ก็มีเพียงแคนาดาและเม็กซิโกที่ไทยไม่มีเอฟทีเอ แต่มูลค่าการค้าไทยกับทั้งสองประเทศนี้ค่อนข้างน้อย

สมชาย มองว่า ถ้าไทยเข้าร่วมความตกลงทีพีพีจะได้ประโยชน์ทางการค้าเพิ่มขึ้นกับ 3 ประเทศ คือ สหรัฐและสมาชิกในอนาคตอย่างแคนาดากับเม็กซิโก แต่สิ่งที่ต้องคิดคือแม้สหรัฐจะมีสัดส่วนการค้ากับไทยสูงประมาณ 810% ของการส่งออกไทยส่งไปสหรัฐ แต่ปัจจุบันกำแพงภาษีสหรัฐได้ลดลงไปค่อนข้างมากแล้ว

“การเข้าร่วมทีพีพีอาจไม่ได้ช่วยด้านภาษีให้สินค้าส่งออกไทยมากนัก แต่อาจจะเจอเงื่อนไขที่ไม่ต่างจากการเจรจาเอฟทีเอไทยสหรัฐ เพราะการจะเข้าทีพีพีได้ต้องได้รับฉันทามติจากสมาชิกทั้ง 12 ประเทศ เหมือนต้นทุนทุกประเทศที่ต้องการเข้าร่วมเจรจาที่ต้องเข้าหาทุกชาติสมาชิกรวมถึงสหรัฐที่จะมีการตั้งเงื่อนไขที่ไทยอาจไม่พร้อมทั้งเรื่องระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สิทธิมนุษยชน ทรัพย์สินทางปัญญาทั้งลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรยา” สมชาย กล่าว

ทั้งนี้ แม้การค้าระหว่างไทยกับกลุ่มสมาชิกทีพีพีจะมีมูลค่ารวมกันเป็น 2325% ของการค้าไทยกับต่างประเทศ แต่ส่วนใหญ่ไทยมีเอฟทีเอด้วยอยู่แล้ว และถ้าเข้าไปอาจต้องเจอเงื่อนไขที่ไม่ต่างจากเจรจาเอทีเอไทยสหรัฐ

นายสมชาย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ถ้าประเทศไทยแก้ไขข้อจำกัดต่างๆ จนพร้อมแล้ว ก็ควรเข้าร่วมข้อตกลงทีพีพี เพราะก็ถือเป็นการเปิดโอกาสทางการค้าใหม่ๆ และหากไม่เข้าร่วมก็เป็นไปได้ที่ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากข้อตกลงนี้จะไปลงทุนในประเทศที่เป็นสมาชิกแล้วส่งออกไปในกลุ่มสมาชิกด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ไทยเสียประโยชน์ไปทั้งการจ้างงานและการลงทุน

สำหรับการศึกษาผลกระทบนี้จะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค.นี้ จากนั้นจะเปิดรับฟังความเห็นจากผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม ก่อนรวบรวมข้อมูลส่งไปยังกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และจะใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำยุทธศาสตร์การเจรจาของกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะหากต้องเจรจาจริงจะมีหน่วยงานในกระทรวงที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คือ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ที่ต้องดูเรื่องมาตรฐานสินค้าต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วิเคราะห์ผลได้ผลเสียจากการที่ไทยจะเข้าร่วมทีพีพีที่สอดคล้องกันกับ สศอ. คือ ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับคือโอกาสการขยายการส่งออกไปยังสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก ลดการผูกขาดทางการค้าเพราะการแข่งขันที่สูงขึ้น และเป็นโอกาสที่จะได้ปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐที่จะเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้าร่วมประมูลได้มากขึ้น

ส่วนข้อกังวลคือ มาตรฐานด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อมและทรัพย์สินทางปัญญาของไทยอาจยังไม่พร้อม และมีสินค้าที่อาจแข่งขันกับประเทศสมาชิกไม่ได้คือ ถั่วเหลือง ข้าวโพด ผลิตภัณฑ์นม และพลาสติก เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท