
รมณี บุญดีเจริญ คิดการใหญ่ ไตล์ "จีแลนด์"
เร่งเดินหน้าบิ๊กโปรเจกต์ 6 หมื่นล้านบาท เดอะแกรนด์ พระราม 9 เนื้อที่ 73 ไร่ เต็มสูบ
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
เร่งเดินหน้าบิ๊กโปรเจกต์ 6 หมื่นล้านบาท เดอะแกรนด์ พระราม 9 เนื้อที่ 73 ไร่ เต็มสูบ พื้นที่ซึ่งรวบรวมทั้งแหล่งงาน ที่อยู่อาศัย และศูนย์รวมธุรกิจร้านค้าและแหล่งช็อปปิ้งอย่างครบวงจร รองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่จะมีทั้งกลุ่มทุนในไทยและต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางหรือฮับของอาเซียน
รมณี บุญดีเจริญ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ หรือจีแลนด์ ย้ำว่าต้องปลุกปั้นโครงการนี้ให้เกิดและติดตลาดให้ได้ เพราะถือเป็นโครงการใหญ่ที่ตั้งอยู่ในใจกลางธุรกิจแห่งใหม่ หรือซีบีดี (Central Business District) ของกรุงเทพฯ เริ่มจากก่อนหน้านี้ได้ให้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา เช่าพื้นที่เพื่อก่อสร้างโครงการเซ็นทรัล พลาซา แกรนด์ พระราม 9 ที่เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปลายปี 2554
ณ เวลานี้ ภารกิจอยู่กับการปลุกปั้นโครงการเดอะ ช็อปส์ แอท คอร์ริดอร์ (The Shoppes at Corridor) ที่มีที่ค้าปลีก เนื้อที่ 4 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน ชั้นจี และชั้น 1 เชื่อมต่อกัน 8 อาคาร ของโครงการคอนโดมิเนียม เบ็ล แกรนด์ พระราม 9 ส่วนคอนโดมิเนียมปัจจุบันเปิดขายไปแล้ว 7 อาคาร มียอดขาย 70% ราคาขายเฉลี่ย 8.5 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. หรือมีราคาเริ่มต้นกว่า 5 ล้านบาท สูงสุดเพนต์เฮาส์เริ่มต้น 40 ล้านบาท ส่วนอีกหนึ่งอาคารนั้นจะเก็บไว้ปล่อยเช่า โดยมีจำนวนทั้งหมด 1,991 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งในสิ้นปีนี้จะทยอยโอนได้รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 800 ยูนิต
สำหรับธุรกิจค้าปลีก เกิดขึ้นเพื่อรองรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาอยู่อาศัยในโครงการคอนโดมิเนียมที่บริษัทเป็นผู้พัฒนา ซึ่งบริเวณรอบข้างที่เป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารอาคารสงเคราะห์ บริษัท อสมท. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัท ทิพยประกันภัย ภายในศูนย์ ประกอบด้วย คลินิกความงาม วิลล่าซูเปอร์มาร์เก็ต ฟู้ดคอร์ต ธนาคาร ศูนย์การศึกษาของเด็ก สวนสนุกสำหรับเด็กจากประเทศญี่ปุ่น และจะมีร้านเช่าขายของขนาดเล็ก จะเปิดตัวในเดือน ต.ค.พ.ย.ของปีนี้
“จุดเด่นของพลาซาและร้านค้าปลีกของเดอะ ช็อปส์ แอท คอร์ริดอร์ อยู่ที่ร้านค้าปลีกและฟู้ดคอร์ต ที่เราจะมีราคาขายต่ำกว่าเซ็นทรัล พระราม 9 เพื่อเจาะกลุ่มคนวัยทำงาน โดยเบื้องต้นจะมีคนทำงานมาเดินไม่ต่ำกว่าวันละ 1.52 หมื่นคน ที่จะเข้ามาใช้บริการ รวมไปถึงโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่รอบข้างโครงการ” รมณี กล่าว
พร้อมกับเดินหน้าก่อสร้างอาคารสำนักงาน 2 อาคาร โครงการเดอะไนน์ ทาวเวอร์ ประกอบด้วยอาคารเอ สูง 36 ชั้น และอาคารบี สูง 34 ชั้น มีพื้นที่ให้เช่ารวม 1.29 แสน ตร.ม. อัตราค่าเช่า 600 บาทต่อ ตร.ม.ต่อเดือน มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ภายในยังประกอบด้วย พื้นที่คอนเวนชั่น และพื้นที่ค้าปลีก ขณะนี้มีผู้ขอเช่าพื้นที่แล้วกว่า 50% จะเปิดให้บริการ อย่างเป็นทางการในปลายปีนี้
ขณะที่บริษัทยังมีแผนพัฒนาอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ “จีแลนด์ ทาวเวอร์” ขนานไปกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 จะก่อสร้างเสร็จปลายปี 2558 มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท สูง 26 ชั้น และ 36 ชั้น พัฒนาเป็นอาคารสำนักงานใหญ่เช่าเกรดเอ มีเนื้อที่รวม 6.8 หมื่น ตร.ม. และมีพื้นที่ค้าปลีก 7,000 ตร.ม. โดยจะเปิดให้เช่าพื้นที่ในอีก 1 ปีข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะเป็นอาคารเช่าที่มีอัตราค่าเช่าขยับขึ้นไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อ ตร.ม.ต่อเดือน
สำหรับโครงการ ยู เพลส ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานให้เช่า ปัจจุบันกลุ่มยูนิลีเวอร์เป็นผู้เช่าหลัก โดยอาคารดังกล่าวรวมมีพื้นที่ 4.7 หมื่น ตร.ม. มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท ด้านโครงการก่อสร้างโรงแรมระดับ 4 ดาว จำนวน 300 ห้องพัก คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในต้นปี 2557 ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับ เชนโรงแรมต่างๆ ที่จะเข้ามาบริหาร มูลค่าโครงการ เบื้องต้นใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท อีกทั้งยังมีแผนก่อสร้างอาคารสำนักงานและศูนย์การประชุมนานาชาติ เพื่อรองรับกับความต้องการใช้งานอีก 3 ปีข้างหน้า ไม่ต่ำกว่า 3 อาคาร มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ปัจจุบัน บริษัทได้ซื้อที่ดินบริเวณถนนพระราม 9 เพิ่มอีก 5 ไร่ครึ่ง มูลค่า 1,300 ล้านบาท เพื่อรองรับกับการพัฒนาโครงการที่จะเกิดเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังอยู่ระหว่างการปรับแบบโครงการเบ็ล สกาย คอนโดมิเนียม ใกล้กับโรงแรมมิราเคิล บริเวณโลคัลโรด ที่จากเดิมมีแผนพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ จำนวน 8 ชั้น 17 อาคาร มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท แต่จากผังเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ก่อสร้างอาคารเพิ่มขึ้น คาดว่าจะเป็นอาคารที่มีความสูงไม่ต่ำกว่า 1415 ชั้น ราคาขาย 1 ล้านกว่าบาทต่อยูนิต
ขณะเดียวกัน ยังอยู่ระหว่างศึกษาที่ดินอีกหลายแปลง โดยเน้นในกรุงเทพฯ รวมไปถึงโครงการในจีนตอนใต้ที่อยู่ระหว่างร่วมศึกษากับนักลงทุนท้องถิ่น ในรูปแบบโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งเหล่านี้เป็นการเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องครั้งใหญ่ของกลุ่มจีแลนด์







