
บุกสินเชื่อรถเก่าฟันกำไรงาม
เกียรตินาคินกวาดปีนี้อีก1แสนรายหนี้เสียยังต่ำรับดอกเบี้ยสุทธิ5.6%โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารเกียรตินาคิน ปักธงรบโหมปล่อยกู้ซื้อรถเก่า กินดอกเบี้ยงาม หนี้เน่าไม่พุ่ง จ้องจับลูกค้าใหม่อีกแสนรายนายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นว่า ทิศทางการทำธุรกิจยังคงเน้นสินเชื่อเช่าซื้อเป็นธุรกิจหลัก โดยที่ผ่านมาแม้จะมีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เก่ามากถึง 40% ของพอร์ตเช่าซื้อซึ่งถือว่าสูงกว่าธนาคารอื่นๆ ที่มีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เก่าแค่ 20% และธนาคารสามารถควบคุมหนี้เสียได้เป็นอย่างดี แม้ว่ารถยนต์เก่าจะมีแนวโน้มของหนี้เสียมากกว่ารถใหม่ก็ตาม
นายธวัชไชย กล่าวชี้แจงว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มีหนี้เสียเพียง 1.4% ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะต้องไม่เกิน 2% ขณะที่ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยยังสูงกว่าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่อีกด้วย
สำหรับฐานลูกค้านั้นในปีนี้ถึงปีหน้าธนาคารตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มฐานลูกค้าขึ้นมาเป็น 3 แสนราย จากปัจจุบันที่มีลูกค้าอยู่ 2 แสนราย เพราะถือว่าเป็นธุรกิจที่ธนาคารมีความเชี่ยวชาญ
ปัจจุบันธนาคารเกียรตินาคินมีสินเชื่อเช่าซื้ออยู่ที่ 6.33 หมื่นล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 71%
ขณะที่มีหนี้เสียอยู่ที่ 855 ล้านบาท เติบโตขึ้นมา 16.2% ขณะที่รายได้ดอกเบี้ย ณ ไตรมาสแรกเติบโตขึ้น 9.3% ส่วนใหญ่จะมาจากสินเชื่อเช่าซื้อและสัญญาทางการเงิน ด้านส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธินั้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 5.6% จากปีที่แล้วที่อยู่ในระดับ 4.2%
นอกจากสินเชื่อเช่าซื้อแล้วธนาคารจะหันมาเน้นสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อบุคคลเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้ารายย่อย และมีเป้าหมายระดมเงินฝากเพิ่มเป็น 1.8 แสนล้านบาท ภายในปี 2556 เพื่อรองรับกับสถาบันประกันเงินฝาก
นายสุพล วัธนเวคิน ประธานกรรมการ บริหาร ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวว่า ธนาคารจะไม่แข่งขันโดยตรงกับธนาคารขนาดใหญ่ที่เน้นทำธุรกิจแบบครบวงจรทำให้ต้องเน้นเปิดสาขามากๆ และให้บริการธุรกรรมการเงินจำนวนมากแก่ลูกค้ารายย่อย แต่จะเป็นธนาคารที่เน้นธุรกิจและการลงทุนให้สินเชื่อซึ่งในช่วง 1012 ปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่าความสามารถในการทำกำไรดีที่สุดกำไรเติบโตถึง 10 เท่า
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (อาร์โอเอ) ธนาคารเกียรตินาคินมีอาร์โอเอสูงกว่าธนาคารใหญ่มาโดยตลอด โดยปี 2552อยู่ที่ 2.56% สูงกว่าธนาคารไทยพาณิชย์ที่ 2.2% ธนาคารกรุงเทพ 1.7% ธนาคารกสิกรไทย 1.59% และธนาคารกรุงไทย 1.23%และยังสูงกว่าทิสโก้ 2.15% แต่อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) ของเกียรตินาคินไม่ได้สูงที่อยู่ระดับกลางๆที่ 12.72% โดยแพ้ทิสโก้ที่ 16.68% และไทยพาณิชย์ที่ 15.48%







