
นักธุรกิจห่วงคำสั่งซื้อลด
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้สำรวจความเห็นของนักธุรกิจทั่วประเทศในไตรมาส 3 ด้วยการเข้าไปพบ เพื่อสอบถามความเห็นผู้บริหารสินเชื่อของสถาบันการเงินทั้งประเทศ 50 แห่ง เข้าพบผู้บริหารนักธุรกิจ 196 บริษัท และส่งใบสอบถามความคิดเห็นไปยังภาคธุรกิจต่างๆ ทั่วประเทศ รวม 1,010 ราย ส่วนใหญ่ประเมินว่าการบริโภคจะทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่อง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้สำรวจความเห็นของนักธุรกิจทั่วประเทศในไตรมาส 3 ด้วยการเข้าไปพบ เพื่อสอบถามความเห็นผู้บริหารสินเชื่อของสถาบันการเงินทั้งประเทศ 50 แห่ง เข้าพบผู้บริหารนักธุรกิจ 196 บริษัท และส่งใบสอบถามความคิดเห็นไปยังภาคธุรกิจต่างๆ ทั่วประเทศ รวม 1,010 ราย ส่วนใหญ่ประเมินว่าการบริโภคจะทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่อง
นักธุรกิจเชื่อว่าการบริโภคมีแนวโน้มชะลอตัวลง จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นในคำสั่งซื้อสินค้าของผู้ประกอบการลดลงต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 หลังความเชื่อมั่นต่อการบริโภคในระยะต่อไปที่สะท้อนทิศทางที่ลดลงเป็นลำดับ
ขณะที่ความเห็นของผู้บริหารสถาบันการเงินเห็นว่าความต้องการสินเชื่อเพื่อการบริโภคอื่นๆ ของภาคครัวเรือนไม่ได้เพิ่มขึ้น แค่มีแนวโน้มทรงตัวจากไตรมาสก่อนเท่านั้น
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการบางส่วนเห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคในระดับกลางถึงระดับบนยังมีอยู่ แต่จำเป็นต้องกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง และยังคาดว่าการเปิดตัวสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนที่ใช้เทคโนโลยี 3G และโทรทัศน์ระบบดิจิตอลที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปี จะช่วยกระตุ้นยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ในระยะต่อไป
ผลสำรวจยังพบว่า ในไตรมาส 3 นี้ การลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่า 50 จุด ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นบวกกับผลการสำรวจภาวะ และแนวโน้มสินเชื่อยังพบว่าความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนของธุรกิจโดยรวมยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน
เพียงแต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะลงทุนเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป ก็ต่อเมื่อความต้องการบริโภคจากต่างประเทศค่อยๆ ฟื้นตัวมากขึ้น และมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐตามแผนจึงจะลงทุน
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการคาดว่าตลาดแรงงานยังคงตึงตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้นสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ อสังหาริมทรัพย์ และก่อสร้าง อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องนุ่งห่ม ที่ยังคงมีแนวโน้มขาดแคลนแรงงาน
ขณะที่นักธุรกิจยังมองว่าต้นทุนการผลิตหลังจากนี้ไปจะสูงขึ้น จากค่าแรงและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น แต่การส่งผ่านราคาหรือเพิ่มราคาสินค้าทำได้อย่างจำกัด
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 3 ปีนี้มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการเห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดชะลอลง โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคใต้ จึงชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่หลังจากที่ได้เร่งเปิดขายไปมากแล้วในช่วงก่อนหน้า ทำให้ผู้ประกอบการบางรายจำเป็นต้องเลื่อนการลงทุนออกไป เนื่องจากขาดแคลนแรงงานและผู้รับเหมา
ส่วนตลาดอาคารชุดในเขตกรุงเทพฯ ผู้ประกอบการเห็นว่าเริ่มชะลอลงแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากต้นทุนที่ดิน โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้าที่สูงขึ้นมากจนไม่สามารถพัฒนาโครงการใหม่ ในระดับราคาที่เหมาะสมกับความสามารถในการซื้อของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้
ที่สำคัญสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์เองก็เพิ่มความเข้มงวดในมาตรฐานการให้กู้มากขึ้น เพราะกังวลความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้กู้และห่วงความเสี่ยงด้านฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังคาดว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบโดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ในเขตชานเมืองที่มีระดับราคาใกล้เคียงกับอาคารชุดในเมือง ซึ่งมีความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่จะปรับดีขึ้นหลังผู้ซื้อคลายความกังวลในปัญหาอุทกภัย
อย่างไรก็ดี ภาคธุรกิจยังเชื่อว่าการผลิตมีแนวโน้มปรับดีขึ้นได้ หากการส่งออกปรับดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจประเทศหลักของโลก อย่างสหรัฐ ยุโรป จีน รวมทั้งเอเชีย ที่น่าจะฟื้นตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดว่าคำสั่งซื้อจากต่างประเทศในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน
เช่นเดียวกันภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่มั่นใจว่า ในไตรมาส 3 นี้ก็มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงหมดฤดูกาลท่องเที่ยว แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศไทยที่สงบเรียบร้อย ไม่มีภัยธรรมชาติ รวมถึงไทยยังเป็นประเทศที่มีความคุ้มค่าต่อการท่องเที่ยว และยังได้รับการจัดอันดับความนิยมในลำดับต้นๆ
ผู้ประกอบการอยากให้ภาครัฐเพิ่มการประชาสัมพันธ์ดึงนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น







