
สังคมสูงอายุ
ปัญหาสังคมสูงวัยกำลังคืบคลานมาหาประเทศไทยอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลยังไม่มีแผนรับมือกับปัญหาในเชิงสวัสดิการอย่างเป็นระบบ
ปัญหาสังคมสูงวัยกำลังคืบคลานมาหาประเทศไทยอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลยังไม่มีแผนรับมือกับปัญหาในเชิงสวัสดิการอย่างเป็นระบบ
ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่า ในปี 2563 ไทยจะมีผู้สูงอายุหรือมีอายุ 65 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึง 13% ของประชากรทั้งประเทศ
การที่สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุยังทำให้ภาครัฐมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ว่ากันว่าเฉพาะการจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 6001,000 บาทต่อคน ก็จะทำให้ภาครัฐมีภาระเพิ่มขึ้นจาก 1,438 ล้านบาทในปี 2545 เป็น 10,627 ล้านบาทในปี 2550 และเพิ่มขึ้นเป็น 53,608 ล้านบาทในปี 2555 รัฐบาลต้องมีมาตรการรองรับกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
นี่คือปัญหาที่ต้องช่วยกันขบคิดว่า ทำอย่างไรให้กลุ่มผู้สูงอายุที่แนวโน้มเพิ่มขึ้นมีรายได้มั่นคงในช่วงที่ไม่ได้ทำงานแล้ว
นั่นหมายความว่า ก่อนที่คนจะเข้าสู่วัยผู้สูงอายุจะต้องมีการออมอย่างเพียงพอที่จะอยู่ต่อไปอีก 20 ปี หลังจากเกษียณอายุเมื่อตอนอายุ 60 ปี หากไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบรับรองจะยุ่งแน่
ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ รองเลขาธิการหอการค้าไทย เสนอว่า การเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ นอกจากสร้างระบบการออมภาคบังคับจะต้องส่งเสริมการออมแบบจูงใจ เช่น หากฝากเงินไว้กับธนาคารตามระยะเวลาที่กำหนดเช่น 510 ปี น่าจะจำนวนเงินที่ฝากและไม่ได้ถอนมาหักลดหย่อนภาษีได้เพื่อจูงใจให้คนออม







